ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า ข้อบังคับพรรค ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญและไม่ขัดต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยรัฐธรรมนูญบัญญัติถึงกรณีสมาชิกภาพความเป็น สส.สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (9) กรณีขับออก มติพรรค ต้องประกอบด้วย เสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ ของที่ประชุมร่วมของ กก.บห. และ สส.ที่สังกัดพรรคการเมืองนั้น แต่กรณีข้อบังคับพรรคใหม่ ให้สิ้นสภาพเป็นสมาชิกพรรค ย่อมขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะการสิ้นสภาพสมาชิกพรรค กรณีมีความเห็นต่าง-ฝักใฝ่พรรคการเมืองอื่น ตนไม่เคยเห็นพรรคการเมืองใดนำมาเขียนไว้ในข้อบังคับพรรค เพราะเสรีภาพความเป็นสมาชิกพรรค เป็นเสรีภาพของพี่น้องประชาชน แต่มีผลกระทบต่อสถานะสมาชิกภาพความเป็น สส.ตามรัฐธรรมนูญ
จะเห็นได้ หากพิจารณาข้อบังคับพรรครวมไทยสร้างชาติ(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2568 ในข้อ 53 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ลักษณะมัดมือชก แตกต่างจากทุกพรรคการเมืองในประเทศไทย นายแสวง บุญมี ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ควรตรวจสอบก่อนส่งไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา รัฐธรรมนูญ มาตรา 101(9) กรณีสมาชิกพรรคนั้น มีสถานะความเป็น สส. หากเห็นต่าง ทำให้แตกแยก หรือ ฝักใฝ่พรรคการเมือง ทำให้สิ้นสมาชิกภาพนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ
ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า การพ้นสมาชิกพรรค ต้องเป็นกรณี ตาม พรป.พรรคการเมือง และไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แตกต่างขับออก ต้องเป็นการประชุมร่วม ระหว่าง กก.บห.และ สส.ด้วยเสียง 3 ใน 4 จึงจะพ้นจากสมาชิกพรรค และ สส.ยังไม่สิ้นสมาชิกภาพ แต่พ้นสภาพสมาชิกพรรค ทำให้สถานะ สส.สิ้นสุดลง
ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย มิใช่ระบบเผด็จการในพรรคการเมือง ข้อบังคับพรรครวมไทยสร้างชาติ(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2568 ข้อ 53 ที่แก้ไขใหม่ มีลักษณะขัดต่อ พรป.พรรคการเมือง และรัฐธรรมนูญ
หากกลุ่ม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ประกาศย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น ย่อมไม่ทำให้สถานะ สส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ