ต่อมา ทีมสุดซอยได้ขยายผลเข้าตรวจโกดังและโรงงานของบริษัทเดียวกัน พบความผิดหลายกรณี ทั้งการขยายกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต และการตั้งโรงงานโดยไม่มีใบอนุญาต จึงมีคำสั่งให้หยุดดำเนินการและดำเนินคดีตามกฎหมายโรงงานทันที โดยรูปแบบกิจการที่พบ มีลักษณะเป็นการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ผลิตในไทย แล้วส่งออกกลับไปต่างประเทศ โดยไม่สร้างมูลค่าให้ระบบเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง
ไม่เพียงเท่านั้น ทีมสุดซอยยังได้ลงพื้นที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ตรวจสอบกลุ่มโกดังของ บริษัท CSK Estate จำกัด ซึ่งมีพฤติการณ์ให้เช่าโกดังพร้อมบริการขอใบอนุญาตโรงงาน (รง.4) ให้ผู้เช่า โดยตรวจพบว่า มีการโอนใบอนุญาตโรงงานให้หลายบริษัทในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งที่บริษัทเหล่านี้มีลักษณะการผลิตสินค้าที่แตกต่างกัน และกรรมการเป็นชาวจีนทั้งหมด
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบการกระทำผิดหลายรายการ เช่น ประกอบกิจการไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาต ไม่มีใบอนุญาตโรงงาน ไม่มี มอก. และตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมดำเนินคดีทั้งกับบริษัท ผู้บริหาร และยึดอายัดเครื่องจักรและสินค้า รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท
รองโฆษกรัฐบาล ย้ำว่า กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังเร่งรวบรวมข้อมูลรูปแบบพฤติกรรมของกลุ่มธุรกิจที่เอารัดเอาเปรียบ ไม่เคารพกฎหมาย เพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ เพื่อทบทวนหลักเกณฑ์ และพิจารณาการปรับระเบียบการออกใบอนุญาตให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการดำเนินการอย่างเต็มที่
“รัฐบาลขอยืนยันว่า จะดำเนินการอย่างเข้มข้นและโปร่งใสเพื่อจัดการกับขบวนการที่แอบแฝงอยู่ในระบบอุตสาหกรรมไทยอย่างจริงจัง โดยไม่ยอมให้ธุรกิจศูนย์เหรียญทำลายเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศอีกต่อไป พร้อมทั้งเดินหน้าออกมาตรการที่เข้มงวดและทันสมัย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติในระยะยาว” นางสาวศศิกานต์ ทิ้งท้าย