ส่วนที่การกู้เงินของรัฐบาลจะเป็นภาพจำด้านลบของประชาชน จะสามารถเชื่อมือรัฐบาลได้อย่างไรกับเงินก้อนนี้นั้น นางสาวศิริกัญญา ก็ยอมรับว่า เชื่อไม่ได้ และไม่สามารถเชื่อใจรัฐบาลได้ว่า จะไม่แจกเช่นเดิมหรือไม่ จึงต้องอาศัยพลังประชาชน และฝ่ายค้าน ช่วยกันกระตุ้นเตือนรัฐบาล ก่อนคิดการกู้เงิน หรือการขยายเพดานหนี้สาธารณะ จะต้องประกาศแผนการที่ชัดเจนก่อนว่า รัฐบาล มีความจำเป็นต้องใช้เงินในด้านใดบ้าง เช่น การเยียวยา หรือจะกระตุ้นการบริโภค หรือการลงทุนด้วยวิธีการใด หรือแผนการปฏิรูปปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปในทิศทางใด จึงจะสามารถวางใจได้
ส่วนจะสามารถเชื่อมือรัฐบาลจะสามารถนำพาประเทศผ่านวิกฤตเศรษฐกิจที่รายล้อมอยู่ได้หรือไม่นั้น นางสาวศิริกัญญา ยอมรับว่า จะต้องปลอบใจตนเอง เพราะไม่มีทางเลือกมากนัก และเชื่อว่า นายกรัฐมนตรีจะไม่ประกาศยุบสภาเร็ว ๆ นี้แน่นอน เพราะคะแนนนิยมต่ำ และการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี ก็ไม่เกิดขึ้นง่าย ๆ ดังนั้น ทางเลือกมีน้อย จึงต้องพึ่งพารัฐบาลชุดนี้แก้ปัญหา และพยายามเปิดใจ และเปิดทางเลือก เพื่อให้รัฐบาลทำงานได้ พร้อมให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาล นำพาประเทศออกจากวิกฤต จึงขอให้ประชาชน ร่วมกันตรวจสอบอย่างเข้มข้นหลังให้อำนาจรัฐบาลไปแล้ว
ส่วนการทำงานของรัฐบาลที่ไม่มีทีมเวิร์ค และต้องรอผู้มีบารมีคนเดียวในรัฐบาลนั้น นางสาวศิริกัญญา เห็นว่า ลำพังรัฐบาลจะบริหารงานให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั้น ยากมาก ฝ่ายค้านจึงพยายามเปิดทางให้รัฐบาล มีทางเลือกให้ทำงานได้อย่างคล่องตัว เพราะลำพังการประสานงานในรัฐมนตรีพรรคเดียวกันเอง บางครั้งก็ยังติดขัด ดังนั้น ฝ่ายค้าน จึงจะค้านเท่าที่จำเป็น แต่ยังตรวจสอบเข้มข้น เพื่อไม่เป็นก้างขวางคอรัฐบาล และให้รัฐบาลพาประเทศฝ่าวิกฤต