ก่อนหน้านี้ นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเนชั่นทีวี เมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมาว่า การเดินทางมาของ "อันวาร์ อิบรามฮิม" ถือเป็นการเดินทางแบบ Working visit เพื่อทำงานเชิงนโยบาย ในทางการทูต ถือเป็นการเดินทางแบบทางการก็ได้ เพียงแต่ว่า เมื่อใช้ Working visit จะลดขั้นตอนด้านพิธีการลงไป มีความต่างกันแค่นั้น
ส่วนการประชุมครั้งนี้ เอาให้ชัดเป็นการหารือระหว่างนายกฯมาเลเซีย กับนายกฯไทย คือ "อันวาร์" กับ "แพทองธาร" ส่วนพบ "อดีตนายกฯทักษิณ" เป็นการพบ หนึ่ง เป็นที่ปรึกษาประธานอาเซียน ที่ "อันวาร์" แต่งตั้งด้วยตนเอง และ สอง เป็นที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการของ "นายกฯแพทองธาร" เพราะฉะนั้น ขั้นตอนการพบกันคราวนี้ จึงไม่ได้เรียกว่าเป็นขั้นตอนประเทศไทย - มาเลเซีย ไม่ใช่ทวิภาคี แต่เป็นขั้นตอนอาเซียนซึ่ง "ทักษิณ" เป็นที่ปรึกษาอยู่ ฉะนั้นบทบาทที่ก้ำกึ่ง สองอันนี้ทำให้ "ทักษิณ" สามารถมีบทบาทสำคัญได้ในช่วงเวลาที่อาเซียนกำลังมีบทบาทอย่างมากเกี่ยวกับ "ภาษีทรัมป์"
ส่วนการพูดคุย"อันวาร์"กับ "แพทองธาร" ในประเด็นการสร้างสันติภาพในอาเซียนและการเจรจาตั้งกำแพงภาษีของทรัมป์ "จักรภพ" ยอมรับว่า สองเรื่องนี้ จะเป็นเรื่องหลักในการประชุม ไม่เฉพาะ ระหว่าง "อดีตนายกฯทักษิณ" กับ "นายกฯอันวาร์" แต่เป็นระหว่าง "นายกฯอันวาร์" กับ "นายกฯแพทองธาร" ด้วย
ส่วนรายละเอียดจะมีอีก เช่น การแก้ปัญหาภาษีทรัมป์ จะเลยไปถึงความร่วมมือและลึกซึ้งมากขึ้นในกลุ่มอาเซียน Intra-ASEAN Trade Corporation คือ ความร่วมมือในทางการค้าที่ลึกซึ้งขึ้นในกลุ่มอาเซียน ซึ่งผู้นำทั้งหมดจะพูดคุยกันว่ายังมีอะไรบ้างที่ติดขัดอยู่ทำให้การค้าของเราไม่ลื่นไหล หรือเครื่องมือใดที่ยังติดขัดอยู่ ต้องสร้างตรงนั้น แม้มีสองประเด็นใหญ่ แต่เชื่อว่ายังมีประเด็นลูกที่แตกออกมาอีกหลายประเด็น