นอกจากนี้ สิ่งที่ตนเป็นห่วงมากๆ จะขึ้นเกิดขึ้นต่อไปกับประเทศเรา คือภัยต่อความมั่นคงที่อาจจะทั้งการก่อการร้าย การวางระบาดและการเอาคืน นั่นจะทำให้พี่น้องประชาชนทั่วๆไปที่ไม่ได้รับรู้ถึงการตัดสินใจนี้ อาจจะได้รับผลกระทบให้เดือดร้อนไปด้วย และหากเกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น มันจะทำลายการท่องเที่ยวของประเทศอย่างย่อยยับแน่นอน แล้วจะเป็นการส่งสัญญาณว่า ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่ปลอดภัยอีกแล้ว
"สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ผมจินตนาการขึ้นมาเอง สิ่งที่ผมพูดเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต และไม่มีใครสามารถรับประกันได้ว่าครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกครั้ง คำถามก็คือนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล จะรับผิดชอบต่อความเสียหายนี้ได้หรือไม่ นี่ยังไม่นับว่าสิ่งที่เราทำจะทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งประเทศไทยเราก็อยู่ในฐานะที่ได้รับดุลการค้าจากอเมริกา เราก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้สหรัฐอเมริกากระทำการบางอย่าง ตอบประเทศไทยด้วยหรือไม่ ตนไม่แน่ใจว่าการตัดสินใจของรัฐบาลได้ประเมินอย่างรอบคอบหรือไม่ แต่วันนี้เราได้แกว่งเท้าหาเสี้ยนแล้ว เราได้ทำให้ประชาชน ต้องแบกรับภาระ"
"นายรังสิมันต์" ยังกล่าวตอบด้วยว่าเรื่องนี้อาจจะส่งผลทำให้"TIER"เราตกต่ำมากขึ้น เพราะมันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมอธิบายว่า เหตุใดจึงต้องสนใจกับการเป็นอยู่ของชาวอุยกูร์ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องนี้เมื่อตัดสินใจไปแล้วมันเกิดผลกระทบ และประชาชนต้องเป็นคนแบกรับ และการตัดสินใจครั้งนี้เราในฐานะกรรมาธิการไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง และเราต้องการที่จะแสดงจุดยืนว่าการกระทำครั้งนี้ที่อาจจะนำไปสู่ความเสียหาย และอาจจะนำไปสู่การก่อเหตุการณ์รุนแรงอาจจะเกิดขึ้นตามมา ดังนั้น ในกรรมาธิการสัปดาห์หน้าจะมีการพูดคุยเรื่องนี้เพื่อที่จะหาแนวทางในการลดผลกระทบเหล่านี้
เมื่อถามว่า ตอนนี้ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนแล้วหรือไม่ว่า"ชาวอุยกูร์"ดังกล่าวถูกส่งตัวกลับไปจริงหรือไม่ "นายรังสิมันต์" กล่าวว่า ข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการน่าจะส่งออกไปแล้ว ยืนยันว่าน่าจะนำตัวออกไปแล้ว แต่ตนไม่อยากจะเอ่ยชื่อเพราะได้มีการประสานรัฐมนตรีหลายท่านในทางลับ ตั้งแต่เมื่อวาน และมีข้อมูลหลายๆอย่างที่นำมาประกอบ มันบ่งชี้ไปในทิศทางที่ค่อนข้างชัดเจน ว่ามีการส่งอุยกูร์กลับไปแล้ว