นายณฐพร โตประยูร กล่าวว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีของประเทศ สภาทนายความเป็นองค์กรอำนวยความยุติธรรม เห็นว่าปัญหาทางรัฐธรรมนูญได้รับการแก้ไขโดยเฉพาะการเลือกตั้ง สว. ซึ่งเป็นองค์กรนิติบัญญัติซึ่งควรจะต้องแต่งตัังองค์กรอิสระจะต้องได้คนที่ซื่อสัตย์บริสุทธิ์และผ่านการเลือกตั้งโดยสุจริตยุติธรรมแต่ปรากฏว่าจากพยานหลักฐานที่ตนรวบรวมนำเสนอต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นพยานหลักฐานเพียงพอที่จะเห็นว่าคัดเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่สุจริตยุติธรรมอย่างไร
ประเด็นเหล่านี้เคยร้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญแต่ปรากฏว่าร้องผิดมาตรา ซึ่งตอนหลังเรามาสรุปแล้วว่ามาตราที่เราควรร้องคือมาตราอะไร เราจึงขอให้ทางสภาความช่วยเหลือในเรื่องการทำคำร้อง ตนเชื่อมั่นในองค์กรทนายความว่าเป็นศูนย์รวมนักกฏหมายของประเทศซึ่งตัวนายกสภาทนายความ ก็เป็นสมาชิก กรรมการเกือบทุกหน่วยงาน เพื่อให้พิสูจน์ว่าการเลือกตั้ง สว.ที่ผ่านไม่สุจริตยุติธรรมอย่างไร
ในส่วนของตนคาดว่าไม่เกินวันที่ 10 มี.ค.2568 จะยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรมนูญ โดยเฉพาะหลักฐานต่างๆเรามีภาพเสียงคลิปเสียงพยานเอกสารพยานบุคคลและพยานจากหน่วยงานต่างๆจะนำเสนอต่อศาลและและคาดว่าศาลรัฐธรรมนูญใช้ระยะเวลาพิจารณาไม่เกิน2-3 เดือน
เรื่องนี้เราต้องแยก2 ส่วน ดีเอสไอก็ทำเรื่องคดีอาญาส่วนที่เราทำกันคือเรื่องการเลือกตั้งไม่สุจริตยุติธรรมสภาทนายความจะทำทั้งสองหน้าที่คือส่งให้กรรมการคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษ และทำความเห็นเรื่องเลือกตั้งไม่สุจริตฯ เพราะเรื่องนี้เชื่อว่าเมื่อตนร้องไปเเล้วศาลรัฐธรรมนูญจะต้องทำความเห็นมายังสภาทนายความตรงนี้คือมีมาตรการที่มีการร้องเรียนให้ตรวจสอบมันจะเป็นหลักฐานเอกสารประกอบได้
ที่ตนเห็นความผิดปกติในการเลือกเมื่อประชาชนสมัครหวังจะให้ตัวเองได้ แต่พบว่าสมัครแต่ไม่ได้เลือกตัวเองและการรับรองบุคคลจะต้องมีหน่วยงานรับรอง เช่นสภาทนายความจะต้องเป็นผู้รับรองกลุ่มอาชีพทนายความ แต่ปรากฏว่ามีการออกหนังสือรับรองโดยไม่บอกคุณสมบัติกลายเป็นมีผู้ผ่านคุณสมบัติเต็มไปหมด กลายเป็นใครรับรองก็ได้ เรื่องการรับรองก็ผิดตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ว่าการเลือกตั้งต้องเป็นไปในทางยุติธรรม จะต้องสรรหาจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญจะต้องมีตำแหน่งอาชีพเกิน 20 ปี
เเต่พบว่ามีการแจกเสื้อ มีการประชุมตามโรงแรมมีการแจกเงินตนอายุ 75 ปียังไม่เคยเห็นการเลือกตั้งครั้งไหนที่แย่ขนาดนี้ ตนมีหลักฐานการโอนเงิน เเต่ยังเปิดเผยไม่ได้ตนมีคลิปในการเจรจามีเสียงเเละภาพถ่าย หลายแห่งจากการฮั้วเป็นหลายส่วนมีการระบุว่าจะต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ เมื่อไหร่ ยังไง จะเห็นได้ว่าคนที่เป็นที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเป็นคนที่สมัครรับเลือกตั้งมาก่อน
ตนสามารถเชื่อมโยงว่ากลุ่มนี้เป็นใครมาจากไหนและใครเป็นหัวหน้าหน่วยใครเป็นคนดำเนินการอย่างไรยังทราบอีกว่าคนที่เป็นคนเขียนโปรแกรมเเละการฮั้วทั้งหมดเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ตนจะเปิดเผยในศาลรัฐธรรมนูญ
บางแห่งมีการสมัคร คนสมัครไม่ลงชื่อเลือกตัวเอง ตนมีข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงถึงพรรคการเมืองและตัวบุคคลที่เป็นระดับใหญ่ของพรรคการเมือง
ดีเอสไอมีหน้าที่ดำเนินคดีอาญา ถ้าหากบอร์ดกรรมการคดีพิเศษโหวตไม่รับแต่ก็ยังมีพยานหลักฐานที่สามารถนำส่งถึงศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งใจร้องให้การเลือกตั้งนี้เป็นโมฆะซึ่งคนพิจารณาคือศาลรัฐธรรนูญ เเต่ตนมั่นใจว่าคดีนี้บอร์ดดีเอสไอจะรับเพราะว่ามีผู้สมัครซึ่งเป็นผู้เสียหายหลายคนไปแจ้งความดำเนินคดี เป็นการแจ้งความเกี่ยวกับเรื่องการทำให้เขาเสียสิทธิ์อย่างไร
หากมีการยื่นศาลแล้วศาลก็จะสอบถามไปยังหน่วยงานต่างๆเพื่อให้ได้ข้อมูลเอกสารครบถ้วนสามารถสืบสรุปทำคำวินิจฉัยได้เลย ซึ่งการยื่นตรงสามารถทำได้ซึ่งกฎหมายระบุไว้ว่าหากมีการยื่นร้องผ่านผู้ตรวจการเเผ่นดินถ้าภายใน 60 วันผู้ตรวจการเเผ่นดินไม่ดำเนินการเราสามารถยื่นตรงได้เลย ส่วนการดำเนินการกับ กกต.เรื่องนี้ตนเองก็เคยร้องไปที่ ปปช.และดำเนินคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติชอบ ไปเเล้วด้วย
“เรื่องนี้นี้จุดเริ่มต้นมาจากการวางแผนกระบวนการให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐต่างๆซึ่งที่ตนบอกไว้ว่ามีทั้งคนเขียนโปรแกรมแผนดำเนินการทั้งหมด”
ดร.วิเชียร รุจิธำรงกุล อดีตผู้สมัคร สว.ในฐานะผู้ร้อง กล่าวว่า ที่เราทำมายื่นร้องคราวนี้เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเพราะเราอยากได้คนดีซื่อสัตย์สุจริตเข้ามาทำงานเป็นสภาส่งเป็นสภาพี่เลี้ยงของรัฐสภา ทุกวันนี้ตนรับไม่ได้ทั้งประเทศรู้กันอยู่ว่าส.ว. กลุ่มนี้เป็นของใครถือเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด เพราะสว.ชุดนี้มีอำนาจในการเลือกองค์กรอิสระด้วยจึงมาร้อง