จากการตรวจสอบปรากฏว่า การดำเนินการเบิกถอนเงินจากบัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด มีการดำเนินการที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด อย่างร้ายแรง กล่าวคือ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2559 ได้มีการเบิกเงินโดยเช็คผ่านบัญชีกระแสรายวัน สาขามอดินแดง เพื่อเปิดบัญชีประเภทบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) สาขาประตูเมือง จำนวน 201,000,000 บาท (สองร้อยหนึ่งล้านบาท)
และในวันเดียวกันในที่ 19 กันยายน 2559 หลังจากมีการเปิดบัญชีแล้ว ได้มีการเบิกเงินจากบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาประตูเมือง จำนวน 200,000,000 บาท (สองร้อยล้านบาท) ไม่มีรายการบันทึกบัญชีและไม่ทราบที่ไปของเงิน และเงินหายไปจากบัญชีเวลาผ่านไปเดือนเศษ จนถึงวันที่ 21 ตุลาคม 2559 ได้มีการโอนเงินจากบัญชี นายเอกราช ช่างเหลา 200,000,000 บาท (สองร้อยล้านบาท) เข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาประตูเมือง และในวันที่ 27 ตุลาคม 2559 ได้ดำเนินการปิดบัญชี การกระทำดังกล่าวไม่มีหลักฐานการอนุมัติจากคณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 54 ปี 2559 แต่อย่างใด ดอกเบี้ยที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด เสียหายเสียประโยชน์ จำนวน 2,187,594.58 บาท จึงเป็นความผิดสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้ว โดยการร่วมกันกระทำความผิดลักทรัพย์ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด
นอกจากนี้ ยังมีการเบิกถอนเงินที่เข้าข่ายทุจริตเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด อีก 4 ครั้ง โดยอ้างว่าเป็นการเบิกเงินเหลือจ่าย ในวันที่ 5 มกราคม 2553 , วันที่ 13 มกราคม 2554 , วันที่ 9 มกราคม 2555 , วันที่ 17 มกราคม 2556 ไม่พบหลักฐานการอนุมัติจากคณะกรรมการดำเนินการ ไม่มีหลักฐานการจ่าย มูลค่าความเสียหายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยจำนวนรวมทั้งสิ้นที่กล่าวมา จำนวน 36,761,571.23 บาท ที่จะต้องติดตามคืนกลับสู่ระบบสหกรณ์ฯ
พฤติกรรมการกระทำผิดดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดตามข้อบังคับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด และข้อกฎหมาย คณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 63 ในคราวประชุมครั้งที่ 3/2568 วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 จึงมีมติให้ดำเนินการทั้งคดีความอาญาและคดีความแพ่งกับนายเอกราช ช่างเหลา กับพวก เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัดและมวลสมาชิกต่อไป