เนชั่นทีวี

การเมือง

เปิด 2 มาตรการใหม่ กสทช. สกัด ”แก๊งคอลฯ” เบ็ดเสร็จ

27 ม.ค. 2568 | julie_wu

เปิด 2 มาตรการใหม่ กสทช. สกัด ”แก๊งคอลฯ” เบ็ดเสร็จ

การปราบ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” กำลังกลายเป็นวาระแห่งชาติ  ฝ่ายค้านเปิดข้อมูลแฉหน่วยงานรัฐ และตำหนิการทำงานของรัฐบาลอย่างขะมักเขม้น แต่อีกด้านหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบเอง กล่าวว่าได้ดำเนินการไปแล้ว

วันที่ 30 มกราคมนี้ รองนายกฯภูมิธรรม เวชยชัย บอกว่า รัฐบาลเตรียมจัดอีเวนท์ใหญ่ ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วย เพื่อออกมาตรการระดับชาติ จัดการ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์ + ค้ามนุษย์ + ค้ายาเสพติด” ซึ่งเป็นอาชญากรข้ามชาติที่เชื่อมโยงกันจนแยกไม่ออกแล้วในปัจจุบัน 

 

ขณะที่ “นายใหญ่” ทักษิณ ชินวัตร ก็เพิ่งประกาศ “ดีเดย์ปราบใหญ่” หลังเลือกตั้งนายก อบจ. 1 กุมภาพันธ์ (วันดีเดย์ยังถือโอกาสเชื่อมโยงเป็นการหาเสียง หาคะแนนเลือกตั้งด้วย) 


ในส่วนของ กสทช. หรือ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ก็กำลังจะมี “ดีเดย์มาตรการใหม่” ในการ “สกัดซิมโทรศัพท์” ที่ถูกนำไปใช้ในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ด้วย 

 

พลตำรวจเอก ณัฐธร เพราะสุนทร กรรมการ กสทช.ด้านกฎหมาย เผยว่า 

ที่ผ่านมา กสทช.มีมาตรการเข้มเรื่อง “ลงทะเบียนซิมการ์ดใหม่ทั้งระบบ” เพื่อแก้ปัญหา “ซิมเถื่อน” หรือ “ซิมไม่ระบุตัวตน” ที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะผ่านระบบ “ซิมบ็อกซ์” ที่ทำให้โทรออกได้วันละเป็นหมื่นเป็นแสนเบอร์ 

 

ปรากฏว่า มาตรการที่ทำมา มีคนจำนวนหนึ่งไม่มายืนยันซิมโทรศัพท์ กสทช.จึงเพิกถอนไปประมาณ 2 ล้านซิม นอกจากนั้น ยังพบว่า มีซิมโทรศัพท์อีกราวๆ 6-7 แสนซิม ใช้เอกสารประจำตัวปลอมมาลงทะเบียน

 

 

พลตำรวจเอก ณัฐธร ขยายความว่า ซิมโทรศัพท์ที่พบปัญหานี้ เป็นซิมจดทะเบียนใหม่ / เมื่อตรวจสอบย้อนกลับ พบว่าเอกสารที่ใช้ลงทะเบียนซิม เป็นเอกสาร “บัตรแรงงานต่างด้าวปลอม” ที่เรียกว่า “ใบอนุญาตทำงาน” / รวมไปถึง “บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย”

 

(ขยี้ภาพ) บัตรเหล่านี้ เรามีภาพมาให้คุณผู้ชมดู เป็นบัตรแบบนี้ ไม่ใช่บัตรอิเล็กทรอนิกส์ แต่เป็นบัตรกระดาษ เพราะต้องใช้จำนวนมาก เนื่องจากแรงงานต่างด้าวมีมาก หลายล้านคน / เพราะแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมาย 3 สัญชาติ เมียนมา ลาว กัมพูชา ก็ราวๆ 4 ล้านคนแล้ว ยังมีไม่ถูกกฎหมายอีกนับล้านคน

 

จุดนี้กลายเป็นช่องโหว่ให้พวก “มิจฉาชีพ” ใช้กระดาษมาปรินท์สี ปรินท์ภาพติดเข้าไป ภาพก็หาเอาตามอินเทอร์เน็ต ภาพคนบ้าง ภาพดาราบ้าง เป็นใครก็ไม่รู้ ร้ายกว่านั้น มีภาพที่ไม่ใช่คน แต่เป็นภาพมือ ภาพขา / ภาพสัตว์ / ภาพต้นไม้ก็ยังมี ส่วนข้อมูลที่กรอก ก็ใส่แต่ชื่อเล่น หรือไม่ก็ “กกกก” เป็นคำที่ไม่มีความหมาย ถือเป็นปัญหาของ “การรับลงทะเบียนออนไลน์คราวละมากๆ” และไม่มีการตรวจสอบย้อนกลับ 

 

ปัญหาเกิดหนักขึ้น เพราะไม่ได้แค่ทำบัตรแรงงานต้างด้าวปลอม เพื่อไปใช้ทำงาน แต่มีการนำไปลงทะเบียนเพื่อซื้อซิมโทรศัพท์ 

 

วิธีการคือนำไปซื้อตาม “ตู้รายย่อย” ที่จำหน่ายซิมในต่างจังหวัด โดยซื้อคราวละมากๆ แล้วลงทะเบียนซิมผ่านทางออนไลน์ ซึ่งมีปัญหาเรื่องการตรวจสอบย้อนกลับเช่นกัน ซิมเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในหลายกิจกรรม เช่น 

 

 - ใส่ใน “ซิมบ็อกซ์” ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยนำไปวางไว้ตามตึกใหญ่ๆ หรืออาคารสำนักงาน โดยไปเช่าห้องในอาคารเอาไว้ เพื่อให้ปริมาณการโทรออกไม่เป็นที่น่าสังเกต เนื่องจากจำนวนการโทรออกจะถูกนำไปพ่วงกับยอดการโทรออกของอาคารนั้น ซึ่งมีคนหลายร้อยหรือเป็นพันคนอยู่แล้ว 

 

 - นำไปใช้ปั่นยอดไลค์ ยอดแชร์ 

 

การซื้อซิมด้วยวิธีนี้ ซื้อครั้งละ 3 พันถึง 5 พันซิมก็ยังมี ซึ่งเป็นเรื่องที่จัดการยากมาก เนื่องจากแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติของเรา มีการเปิดลงทะเบียนตามห้วงเวลา ครั้งละหลายล้านคน 


วิธีแก้ คือมาตรการใหม่ที่จะสกัดและป้องกันแบบครบวงจร  

 

1.ผู้ที่ซื้อซิม ต้องสแกนใบหน้าทุกครั้ง ยืนยันตัวตนด้วยเทคโนโลยีชีวมิติ หรือ ไบโอเมทริกซ์

 

2.การถ่ายภาพ จะต้องมีระบบ Liveness Detection (ไลฟ์เนส ดีเทคชั่น) คือ เทคโนโลยีที่ใช้ในการตรวจสอบว่าบุคคลที่ปรากฏอยู่ในภาพหรือวิดีโอนั้นๆ เป็นคนที่มีชีวิตอยู่จริง โดยใช้การตรวจจับการเคลื่อนไหวของดวงตา กระพริบตา อ้าปาก หันซ้ายหันขวา เหมือนมาตรการของธนาคารที่ทำโมบายล์ แบงกิ้ง 

 

3.คนต่างด้าวที่จะซื้อซิม ต้องลงทะเบียนด้วยพาสปอร์ตเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ใช้บัตรแรงงานต่างด้าวอีกแล้ว คือยกเลิกไปเลย 

 

4.ซื้อซิมได้สูงสุด 3 ซิมต่อคนต่อค่าย 

 

5.สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ใช้งานซิมได้ไม่เกิน 7 วัน หากต้องขยายเวลา ขยายได้ไม่เกิน 60 วัน โดยยึดตามระยะเวลาที่กฎหมายอนุญาตให้ท่องเที่ยวหรือพำนักในประเทศไทยสำหรับนักท่องเที่ยวที่ได้ Visa on Arrival คือไม่ต้องขอวีซ่า ซึ่งมีทั้งหมด 93 ประเทศ ให้อยู่ในประเทศไทยได้ไม่เกิน 60 วัน  กสทช.จึงยึดกรอบเวลาเดียวกันนี้ 



นอกจากเรื่องซิมโทรศัพท์ ยังมีมาตรการ “เซ็ตซีโร่ เอสเอ็มเอสแนบลิงค์” ที่เป็นช่องทางหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เช่นกัน โดยมาตรการนี้ จะเริ่มใช้วันที่ 1 กุมภาพันธ์ โดยให้ผู้ประกอบการที่จะส่งเอสเอ็มเอสแนบลิงค์ทุกราย ลงทะเบียนใหม่ก่อนวันที่ 31 มกราคม

 

จากนั้น ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ผู้ประกอบการที่ยังต้องการส่ง “เอสเอ็มเอส แนบลิงค์” เช่น ประปา ไฟฟ้า หรือห้างสรรพสินค้า ซึ่งลงทะเบียนยืนยันตัวตนใหม่แล้ว ก่อนส่งลิงค์ ต้องส่งให้ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ สกมช. ตรวจสอบด้วย ส่วนสถาบันการเงินทั้งหมด ให้ระงับการส่งเอสเอ็มเอสแนบลิงค์ 



ทั้งหมดคือมาตรการควบคุมซิมการ์ด และเอสเอ็มเอสแนบลิงค์ ซึ่งกำลังดีเดย์มาตรการใหม่ล่าสุด

 

ข่าวล่าสุด