ขณะที่ ด้านความมั่นคงของมนุษย์นั้น ประเทศไทยมีศักยภาพด้าน Healthcare และมีบทบาทสำคัญเรื่อง Universal Health Coverage หรือ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งภาครัฐของเซาท์ออสเตรเลียก็สามารถร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์ได้เช่นกัน
“ด้านความมั่นคงของมนุษย์ ผมได้นำเสนอนโยบายของท่านนายกฯ แพทองธาร ”30 บาท รักษาทุกที่” และด้านการศึกษา โดยผมได้เชิญชวนให้ฝ่ายออสเตรเลียมาร่วมลงทุนธุรกิจการศึกษากับมหาวิทยาลัยไทย ซึ่งฝ่ายออสเตรเลียสนใจ” นายมาริษ ระบุ
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางไปเยี่ยมชม Waite Campus มหาวิทยาลัยแห่งแอดิเลด ซึ่งเป็นพื้นที่วิจัย ทดลองและเปิดสอนเกี่ยวกับเกษตรอัจฉริยะ และการทำเกษตรในซีกโลกใต้ ที่มุ่งเน้นการวิจัยระดับโลกในหลายด้าน เช่น เทคโนโลยีชีวภาพพืชและวิทยาศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อผลักดันให้เกิดความร่วมมือและการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีทางด้านการเกษตร และให้บทบาทของภาคเอกชนมีความชัดเจน มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ รัฐบาลในฐานะผู้อำนวยการสะดวก จะผลักดันให้เกิดความร่วมมือในระดับมหาวิทยาลัย นำไปสู่ความร่วมมือในด้านเอกชนต่อไป
“ไทยมีความเชี่ยวชาญด้านอาหารและมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางทางอาหารของภูมิภาค สอดคล้องกับรัฐเซาท์ออสเตรเลียที่เชี่ยวชาญด้านการเกษตรแม่นยำ ซึ่งผมได้ไปเยี่ยมชม Waite Campus ของ ม. แห่งแอดิเลด ที่ทดลอง วิจัย และเปิดสอนเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลและใช้เทคโนโลยีทำเกษตรในพื้นที่ต่าง ๆ ด้วยครับ จึงได้มอบหมายให้ท่านทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา แสวงหาแนวทางส่งเสริมความร่วมมือ เพื่อจะได้นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มรายได้ให้พี่น้องเกษตรกรต่อไปครับ” นายมาริษ ระบุ