"นายกรัฐมนตรี" ยังเปิดเผยว่า ในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วง 90 วันของรัฐบาล รัฐบาล จะจัดการแถลงผลงาน และเปิดเผยรายละเอียดนโยบายของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน รวมถึงนโยบายใหม่ ๆ ให้ประชาชนได้รับทราบด้วย
ส่วนผลการเลือกตั้งสหรัฐอเมริกา ที่จะมีการเปลี่ยนผู้นำใหม่เป็น "นายโดนัล ทรัมป์" ว่าที่ประธานาธิบดีนั้น นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลมีความพร้อมในการรับมือนโยบายใหม่ของสหรัฐฯ เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเสียโอกาส โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลใหม่สหรัฐฯ มีแผนเตรียมเพิ่มกำแพงภาษีกับประเทศที่เกินดุลกับสหรัฐฯ
"นายกรัฐมนตรี" ยังย้ำโอกาสทางรอด 3 ทาง ที่จะช่วยประเทศ ได้แก่ โอกาสเรื่องอาหาร, โอกาสเรื่องสุขภาพ และโอกาสในอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่ง 3 ทางรอดนี้ จะสามารถสร้างเม็ดเงินใหม่ ๆ เข้าประเทศได้ โดยจะฟื้นนโยบาย ''ครัวไทย สู่ครัวโลก'' เพราะทุกคนมองเห็นประเทศไทยสามารถเป็นครัวของโลกได้ เพราะมีพื้นที่ทางเกษตรมาก ซึ่งหากต่างชาติ สามารถสั่งสินค้าอาหารไทยได้ก็จะเป็นโอกาสของคนไทย ดังนั้น รัฐบาล จึงพยายามหาวิธีการถนอมคุณภาพอาหาร เพื่อให้การขนส่งไปต่างประเทศ โดยยังคงสามารถรักษาคุณภาพอาหารไว้ได้ อย่างประเทศสเปน ที่ยังไม่เคยมีการขนส่งผลไทยไปยังสเปน เพราะระยะทางไกลกว่าจะส่งถึงก็เน่าเสียแล้ว แต่คุณภาพ และรสชาติผลไม้ไทยนั้น ก็ยังมีรสชาติอร่อยกว่า
ดังนั้น จึงต้องหาวิธีการถนอมอาหาร เพื่อหาโอกาสในการขนส่งผลไม้ไทยไปยังต่างประเทศ หรือรวมถึงการส่งออกเนื้อวัวไปยังต่างประเทศ ที่ต่างชาติต้องการให้มีการคัดกรองโรค และคุณภาพให้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงโอกาสเรื่องสุขภาพนั้น รัฐบาลได้ยกระดับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโลก เป็นนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ซึ่งทั่วโลกให้การยอมรับ และต้องการศึกษาต้นแบบจากประเทศไทย จึงถือเป็นหน้าตาของประเทศ
พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลจะเดินหน้าทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลกในเรื่องของสุขภาพ เช่นเดียวกับโอกาสในอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ ที่รัฐบาลพยายามผูกวัฒนธรรมของทุกจังหวัดเข้าด้วยกัน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้ประเทศ พร้อมยังเห็นโอกาสในภาพยนตร์ของประเทศไทย โดยจะช่วยเหลือเพิ่มเครดิตเงินคืนให้กับกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ 30 เปอร์เซ็น จากเดิม 20 เปอร์เซ็น เพราะในปีที่ผ่านมา มีกองถ่ายภาพยนตร์เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยกว่า 140 กองถ่าย คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งทำให้เกิดเงินหมุนเวียน และยังเกิดการจ้างงานในประเทศด้วย
"นายกรัฐมนตรี" ยังย้ำถึงโอกาสในการพัฒนาสินค้าเกษตรไทยให้มีคุณภาพ เพราะอย่างประเทศจีน ที่มีกำลังการผลิตสินค้าสูงมาก จึงมีต้นทุนถูก และประเทศไทยไม่สามารถสู้ได้ และรัฐบาลก็จะพิจารณาถึงภาษี และการบังคับใช้กฎหมายต่าง ๆ ให้หนักแน่นไม่ผิดกฎหมาย และคัดกรองช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยของไทย ซึ่งรัฐบาลเข้าใจความห่วงกังวลของผู้ประกอบการดี แต่สภาพพื้นที่ในประเทศจีนเอง ยังมีพื้นที่การประกอบเกษตรกรรมไม่เพียงพอ และต้องพึ่งพาเกษตรกรรมจากประเทศอื่น ๆ จึงเป็นโอกาสของประเทศไทย ที่จะต้องพัฒนาสินค้าเกษตรให้คงคุณภาพในการส่งออก
"นายกรัฐมนตรี" ยังกล่าวถึงอุตสาหกรรมพลังงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการควบคู่ไปด้วย เพราะมีการคาดการณ์ว่า ในช่วง 10 ปี พลังงานจะหมดลง ดังนั้น จึงจะต้องหาแห่งพลังงานทดแทน ซึ่งเกิด "MOU44" ในการเจรจากับกัมพูชา พร้อมย้ำว่า ประเด็น"เกาะกูด"นั้น ไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะ"เกาะกูด" เป็นของไทยอยู่แล้ว
"นายกรัฐมนตรี" เห็นว่า ทั้งหมดนี้ จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลมองเห็นโอกาส และพยายามหาเม็ดเงินใหม่ ๆ ทั้งจากต่างชาติ หรือโอกาสใหม่ ๆ ในประเทศไทยเพื่อให้เกิดเม็ดเงิน