"นายรังสิมันต์" กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นการหาเศษหาเลย ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งกัน แต่เป็นเรื่องที่กรรมาธิการเรามีความจำเป็นที่จะต้องศึกษา เราในฐานะตัวแทนประชาชนมีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าตกลงแล้วภายใต้รัฐบาลนี้ กระบวนการยุติธรรมของประเทศเป็นอย่างไร เลือกปฏิบัติให้สิทธิพิเศษกับใคร
ส่วนนัดต่อไปจะมีเนื้อหาสาระอะไร และทำไมถึงเชิญนายทักษิณ"นายรังสิมันต์" กล่าวว่า ถ้าสัปดาห์ที่แล้วเราได้ข้อมูลที่เพียงพอมันก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาต่อหรือเชิญนายทักษิณ แต่ต้องยอมรับว่าเราได้รับความร่วมมือน้อยมาก รวมไปถึงข้อมูลที่มีการพูดกันในกรรมาธิการต้องยอมรับกันตรงๆ ว่าข้อมูลที่ให้เราก็ให้น้อย
"กระทั่งก็ถามชื่อหมอ ชื่อคุณพยาบาลต่างๆ เรายังไม่ได้รับคำตอบเลย ข้อมูลหลายส่วนเป็นข้อมูลที่เป็นการพูดภาพรวม เป็นการพูดกว้างๆ เป็นการพูดหลักการทั่วไป แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดที่ทำให้ข้อมูลให้กรรมาธิการเข้าใจ ผมก็เลยคิดว่ามีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาต่อในครั้งนี้ ซึ่งการพิจารณาต่อในครั้งนี้ เราก็พร้อมที่จะเปิดพื้นที่ให้กับรัฐบาลและหน่วยงานชี้แจง ทำไมถึงต้องเชิญคุณทักษิณ ในเมื่อถามหมอ ถามคนที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้รับคำตอบ ก็คงต้องถามคนป่วย คนที่เขาบอกว่าเขาป่วยดู ซึ่งถ้าเราได้คำตอบที่ชัดเจน ผมคิดว่ามันก็จบ แค่นั้นเอง" นายรังสิมันต์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 พฤศจิการยนที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี "นายรังสิมันต์ โรม" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกมธ. ได้มีหนังสือนัดประชุม กมธ. เพื่อพิจารณาเรื่องการตรวจสอบกรณีที่กรมราชทัณฑ์ให้"นายทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯ พักรักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจกับการใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายต่อเนื่องเป็นครั้งที่สอง ในวันที่ 22 พ.ย. เวลา 09.30 น. พร้อมกำหนดการเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลต่อกมธ. ได้แก่ นายทักษิณ ,พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม , อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ,พล.ต.ท.โสภณรัชจ์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นพ.ใหญ่ รพ.ตำรวจ ,นายวัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข ผู้อำนวยการทัณฑสถาน รพ.ราชทัณฑ์ , น.ส.รวมทิพย์ สุภานันท์ นพ.ชำนาญพิเศษ รพ.ราชทัณฑ์ ,นายวิชัย วงศ์ชนะภัย ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา และ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ
สำหรับ กรณีดังกล่าวถือเป็นการตรวจสอบเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่การตรวจสอบในครั้งแรก พบข้อมูลที่กมธ. ติดใจ คือ มาตรฐานการรักษาในเรือนจำ รวมถึงการส่งตัวผู้ต้องขังที่ป่วย และวินิจฉัยโดยพยาบาลว่าป่วยหนักถึงขั้นที่ต้องส่งตัวไปรักษาต่อ อีกทั้งยังไม่พบรายละเอียดของการรักษา และการบันทึกภาพใน รพ.ตำรวจ ที่เป็นไปตามมาตรฐานการดูแลนักโทษนอกเรือนจำ