"นางมนพร" ยังยืนยันว่าการร้องเรียนของประชาชนไม่มีการดอง และกรรมาธิการทุกคณะของสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนเมื่อประชาชนเดือดร้อนและต้องการเงินคืนก็เร่งรัด ทางบริษัท The Icon มาเจรจาและเร่งรัดที่จะเอาเงินคืนให้กับผู้ถูกร้อง
เมื่อถามว่า"พรรคพลังประชารัฐ"พยายามเชื่อมโยงเรื่องนี้กับกรรมาธิการและ"พรรคเพื่อไทย" เป้าหมายต้องการโยนเรื่อง "The Icon" มาให้พรรคเพื่อไทยหรือไม่ "นางมนพร" กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นสส.คนให้ข่าวยังไม่เข้าใจระบบ ว่า อำนาจของกรรมาธิการคืออะไรไม่ใช่อำนาจการเอาถูกเอาผิด แต่เป็นเรื่องการตรวจสอบ
"ตอนนั้นพรรคก้าวไกล กับพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน แต่พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องไปสืบค้นต่อ ว่าบริษัทดังกล่าวมีลักษณะฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ และอย.ต้องไปตรวจสอบ ว่าสินค้ามีคุณภาพหรือไม่อย่างไร หน่วยงานที่รับผิดชอบในขณะนั้นต้องเป็นคนดู" นางมนพร กล่าว
เมื่อถามว่า ในทางปฏิบัติมีคนติดต่อมาขอเคลียร์กับกรรมาธิการหรือไม่ "นางมนพร" ยืนยันว่าไม่มี เพราะเห็นหน้าตนกับหน้านายประเสริฐพงษ์คงไม่มีใคร กล้ามาขอเคลียร์และขนาดนั้นเป็นฝ่ายค้านด้วย
"นางมนพร" ยังย้ำว่าส่วนตัวไม่ได้รู้จักกับผู้บริหารบริษัทดิไอคอนเลย ไม่รู้จักสักบอส
เมื่อถามย้ำว่าเป้าประสงค์ของคนที่ออกมาให้ข้อมูลต้องการอะไร "นางมนพร" กล่าวว่า ตนตอบแทนไม่ได้แต่คนที่ออกมาให้ข่าว น่าจะรู้อยู่แก่ใจเพราะตอนนั้น ตัวเองก็เป็นพรรครัฐบาล แต่เหตุใดปล่อยให้ปัญหานี้ เรื้อรังและทำให้ประชาชนเสียหายเยอะขนาดนี้
เมื่อถามว่า มีคนพูดถึงคนของพรรคเพื่อไทยด้วย เช่น"บอสแซม" ทำให้เรื่องนี้มีน้ำหนักมากขึ้นหรือไม่ "นางมนพร" กล่าวว่า "บอสแซม" ลาออกจากพรรคเพื่อไทยไปตั้งแต่ปี 57 แล้ว ส่วนการทำธุรกิจส่วนตัวเป็นเรื่องส่วนบุคคล
ส่วนที่มีการเชื่อมโยงถึงกลุ่มสามมิตร แล้วตอนนี้กลุ่มสามมิตรอยู่พรรคเพื่อไทย ทำให้ประชาชนมองว่าบอสใหญ่ไม่ได้อยู่พลังประชารัฐแต่อยู่พรรคเพื่อไทยทำให้ "นางมนพร" กล่าวว่า "เมื่อวานนี้นายสมศักดิ์เทพสุทินได้ชี้แจงไปแล้ว และปกติคนที่ไม่ดี ก็อ้างชื่อคนที่ดีตลอด เพื่อเป็นเกราะกำบังความผิดของตนเอง ดังนั้นต้องย้อนไปดูตัวเองว่าตัวเองได้ทำอะไรไว้กับประชาชน"
เมื่อถามว่าพลังประชารัฐบอกว่าเทวดาน่าจะอยู่ในพรรคเพื่อไทย "นางมนพร" กล่าวว่า "ไม่มีหรอกค่ะ ที่นี่มีแต่สส.และผู้บริหาร พรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชนอยู่แล้ว ท่านก็ย้อนกลับไปดูเทวดาของท่าน ไม่ต้องมาคิดถึงว่าเทวดามาอยู่ที่พรรคเพื่อไทย เทวดาต้องอยู่บนท้องฟ้า"
"นางมนพร" ยังกล่าวด้วยว่า เราเป็นนักการเมืองต้องกล้ายืนยันความบริสุทธิ์ ตนในฐานะที่เป็นกรรมาธิการสคบ.ในขณะนั้น ก็ได้ติดตามเรื่องนี้จนผู้เสียหายได้รับเงินคืนจากบริษัทและตอนนี้นายกรัฐมนตรีก็ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงาน ติดตามผู้กระทำความผิดและให้กระทรวงการคลังพระราชบัญญัติป้องกันการหลอกลวง
"นายประเสริฐพงศ์" ยังกล่าวเสริมยืนยันได้ว่าตอนที่ทำงานกับนางมนพร เราทำงานด้วยความตรงไปตรงมา แสวงหาข้อเท็จจริงและจนสามารถได้เอาเงินมาคืนผู้บริโภคได้