ที่อาคารรัฐสภา นางอังคณา นีลไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา กล่าวถึงการพิจารณาคดีตากใบ โดยมองว่ารัฐบาลสามารถออกพระราชกำหนดได้ในการประชุม ครม. และในวันพฤหัสบดีนี้ทางสภาผู้แทนราษฎรจะสามารถให้ความเห็นชอบพระราชกำหนดได้ในกรณีเร่งด่วน ซึ่งส่วนตัวมองว่าหาก ครม.จะดำเนินการก็สามารถดำเนินการได้ทัน เพื่อขยายเวลาให้สามารถนำตัวจำเลยมาปรากฏตัวต่อหน้าศาลได้
“เป็นความหวังสุดท้ายของผู้เสียหาย หากรัฐบาลหยุดอายุความได้ก่อน จะเป็นความหวังจะสามารถได้รับความยุติธรรมแต่หากว่าประตูตรงนี้ถูกปิดยังมองไม่ออกหากผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มาศาลภายใน2 วัน คืนวันที่ 24 ตุลาคมนี้ถือว่าคดีจะหมดอายุความ” นางอังคณากล่าว
โดยนางอังคณา ยังมองว่าหากคดีหมดอายุความผู้ต้องหาและจำเลยก็พ้นผิดไป เช่นเดียวกับคดีมัสยิดกรือเซะ แต่กรณีตากใบเป็นการเสียชีวิตภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นความรับผิดชอบของรัฐที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ส่วนตัวมองว่ากลไกในประเทศหากไม่ทำงานประชาชนสามารถฟ้องต่อศาลระหว่างประเทศได้ ให้ผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนยื่นร้องได้ โดยผลในทางปฏิบัติผู้ที่ถูกฟ้องไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศนั้นนั้นได้ แต่ประเทศไทยยังมีประสบการณ์ในการทำคดีเช่นนี้ ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม