- การนิรโทษกรรมในคดีที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองในบางคดีเป็นเหตุมาจากการกลั่นแกล้งระหว่างประชาชนที่เห็นต่างกัน โดยเฉพาะในประเด็นอันเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งสร้างความขัดแย้ง "แนวระนาบ" คือ ทำให้สังคมแยกเป็นสองเสียง ขาดความสมานฉันท์ และรู้รักสามัคคี ฉะนั้น การนิรโทษกรรมผู้ที่ถูกดำเนินคดีที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองนี้ ช่วยมิให้มีการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งระหว่างประชาชน สร้างบรรยากาศที่สังคมจะหันหน้าคุยกันเรื่องความต่างทางความคิด มากกว่าจะทำร้ายกันด้วยกฎหมาย
-คดีที่เกิดขึ้นจากเหตุจูงใจทางการเมืองบางคดีที่อาจเป็นความผิดต่อชีวิตร่างกาย และเสรีภาพเป็นผลจากอารมณ์ความรู้สึกของผู้กระทำผิดในช่วงที่สังคมขัดแย้งอย่างแหลมคม เช่น ช่วงที่มีการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือช่วงหลังรัฐประหาร ซึ่งหลายคนต้อการแสดงความไม่เห็นด้วย การนิรโทษกรรในคดีเหล่านี้ คือ การบอกกับสังคมว่าเรากำลังผ่านบรรยากาศเหล่านี้ไป สู่จุดเริ่มต้นของความสมานฉันท์ การนิรโทษกรรมจะช่วยพาสังคมออกจากอดีตไปสู่อนาคตที่ข้ามพันความขัดแย้งอันแหลมคม และระบอบทางการเมืองแบบปิด
ผลดี - การนิรโทษกรรมคือทางออกต่อคดีที่เกิดขึ้นไปแล้ว
-การนิรโทษกรรมเป็นช่องทางให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เป็นตัวแทนประชาชนใช้อำนาจนิติบัญญัติในการคุ้มครองประชาชน ถ่วงดุลอำนาจระหว่างผู้ใช้อำนาจอธิปไตย
-การนิรโทษกรรมเป็นการให้อภัยต่อกัน ไม่เฉพาะรัฐยกโทษให้ตามหลักการุณยธรรมเท่านั้น ยังหมายถึงการคืนดีระหว่างผู้เห็นต่าง เพื่อมาช่วยกันพัฒนาประเทศชาติ
-อาจมีการเกรงกันก่อนการนิรโทษกรรมว่าจะก่อความขัดแย้ง แต่การนิรโทษกรรมกรณี 6 ตุลาคม 2519 และกรณีนิรโทษกรรมทางปฏิบัติตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 66/2523 ก่อผลดีมากกว่าผลเสีย
การนิรโทษกรรมในคดีที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองน่าจะมีขึ้นได้โดยพิจารณาเป็นรายคดีอย่างรอบคอบตามความหนักเบาของการกระทำ และมีกระบวนการที่เหมาะสม เช่น ในกรณีมีความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ สามารถกำหนดให้มีการรอการวินิจฉัยเพื่อจัดให้มีการสานเสวนาประสานความเข้าใจโดยเคารพความเห็นต่าง โดยที่ระหว่างการรอการวินิจฉัย ผู้กระทำจะต้องไม่ทำผิดซ้ำ และในกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน สามารถกำหนดให้มีกระบวนการเปิดเผยความจริงการขออภัย และการชดเชยความเสียหายโดยผู้กระทำ ทั้งนี้เพื่อลดข้อเสียและเพิ่มผลกระทบในทางบวก
ข้อเสีย- การนิรโทษกรรมในคดีที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง เช่น คดีที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์อาจทำให้ประชาชนบางส่วนที่ต้องการปกป้องสถาบันไม่เห็นด้วย และออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนน และอาจทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะในประเด็นมาตรา 112 และความผิดต่อชีวิต ยังมีความเห็นแตกต่างกันในสังคม
-เกี่ยวเนื่องกับข้อที่หนึ่ง การนิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์บางคดีที่ผู้กระทำผิดเป็นแกนนำการชุมนุม อาจผลักให้คนที่ต้องการปกป้องสถาบันหันไปใช้เครื่องมืออื่นนอกเหนือจากกฎหมายเพื่อปกป้องสถาบัน เช่น การทำร้ายร่างกายนักกิจกรรม
-การนิรโทษกรรมคดีที่เป็นความผิดต่อร่างกาย ชีวิต และเสรีภาพ อาจทำให้ผู้ที่ถูกล่วงละเมิดรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม และตั้งคำถามกับระบบยุติธรรม จนอาจจุดชนวนให้คนเหล่านี้ร่วมกับกลุ่มปกป้องสถาบันเคลื่อนไหว และจุดประกายความขัดแย้ง
ผลเสีย
-การนิรโทษกรรมในคดีที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองบางคดีมีความคาบเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือส่งผลกระทบต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
-การนิรโทษกรรมในคดีที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองอาจทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากประเด็นเหล่านี้ยังมีความเห็นแตกต่างกันในสังคม
ส่วนการไม่นิรโทษกรรม
ข้อดี - ช่วยลดเงื่อนไขที่ฝ่ายสนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์จะออกมาเคลื่อนไหว
-ช่วยลดเงื่อนไขที่ฝ่ายสนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์จะใช้มาตรการนอกเหนือกฎหมาย รวมถึงความรุนแรง ในนามของการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์
-ลดเงื่อนไขที่กลุ่มประชาชนซึ่งไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมคดีความผิดต่อร่างกาย ชีวิต และเสรีภาพจะรวมกลุ่มกับฝ่ายที่ต้านการนิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ขยายปมความขัดแย้ง
ข้อเสีย
-เนื่องจากบางคดีเป็นเหตุมาจากการใช้กฎหมายให้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งส่งผลให้ประชาชนที่ถูกดำเนินคดีเกิดความคับข้องใจกับเจ้าหน้าที่รัฐ และสถาบันหลัก เช่น สถาบันพระมหากษัตริย์ ความคับข้องใจนี้สร้างความขัดแย้ง "แนวดิ่ง" ระหว่างรัฐและประชาชน ฉะนั้น การไม่นิรโทษกรรมในคดีเหล่านี้จะหล่อเลี้ยงให้ความคับข้องใจระหว่างประชาชนกับสถาบันแห่งรัฐยังดำรงอยู่ และกลายเป็นเชื้อให้แก่การระดมมวลชนเพื่อต้านรัฐในอนาคต ดังที่เกิดมาแล้ว
-บางคดีที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองเป็นเหตุมาจากการกลั่นแกล้งระหว่างประชาชนที่เห็นต่างกัน โดยเฉพาะในประเด็นอันเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งสร้างความขัดแย้ง"แนวระนาบ" ฉะนั้น การไม่นิรโทษกรรมในคดีเหล่านี้ อาจยิ่งลดขันติธรรมระหว่างกลุ่มประชาชนที่เห็นต่าง และสร้างความแตกแยกในสังคมให้มากขึ้น
-การไม่นิรโทษกรรมในคดีที่เป็นความผิดต่อชีวิต ร่างกาย และเสรีภาพอาจส่งสัญญาณว่าสังคมไทยไม่พร้อมให้อภัย ไม่ก้าวข้ามความขัดแย้ง และไม่สามารถคิดถึงอนาคตที่คนเห็นต่างจะอยู่ร่วมกันได้ั
-การไม่นิรโทษกรรในคดีอ่อนไหวสะท้อนว่ากลไกรัฐาสภาขาดประสิทธิภาพในการผลักดัตนประเด็นที่กระทบกับสิทธิเสรีภาพประชาชน และอาจลดความเชื่อมั่นของผู้คนต่อกลไกรัฐสภาได้