ตอนนั้นมีกระแสข่าวว่า"ชยาวุธ"ไขก๊อกนั้นเพราะไม่อยากฝืนทำตามคำสั่งจากฝ่ายการเมืองในกรณี"ที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์"ที่คาราคาซังมาหลายสิบปีและสิ่งที่สังคมจับตาคือ‘โฉนด-น.ส.3 "ตระกูล ชิดชอบ" 20 แปลง 288 ไร่ ทับที่ดิน "เขากระโดง" จะออกหัวหรือก้อย และตอนนี้กรณีนี้ยังนิ่งอยู่
และบวกกับเคส"สนามกอลฟ์อัลไพน์"ซึ่ง กฤษฎีกา ยืนยันว่า "เป็นที่ธรณีสงฆ์ มิอาจซื้อขายได้นั้น" ตอนนี้ตระกูลชินวัตรคือผู้ครอบครองและสร.1เพิ่งโอนหุ้นเหล่านี้ให้มารดารับไปถือครองแทนและกำลังโดนข้อกฎหมายในการจัดการแพทองธาร/พรรคเพื่อไทยให้พ้นวงจรการบริหารราชการแผ่นดินและเวทีการเมือง
ที่ดินสองเเปลงที่เป็นเจ้ากรรมนายเวรตามหลอนหลอก"นายใหญ่แห่งจันทร์ส่องหล้า"และ"ครูใหญ่ค่ายสีน้ำเงิน"นั้น จะออกมาอย่างไร เพราะอย่าลืมว่าตอนนี้พรรคสีน้ำเงินคุมกระทรวงคลองหลอด(หนึ่งรมว.และสองรมช.)
โดยกรมที่ดินนั้น มท.2 "ทรงศักดิ์ ทองศรี" สส.บัญชีรายชื่อ ภท.นั่งบัญชาการ และอย่าลืมว่า"ทรงศักดิ์"แนบแน่นกับ"ครูใหญ่ค่ายสีน้ำเงิน" เพียงใด เพราะ"เสี่ยป้อม"เป็นสส.บุรีรัมย์และบัญชีรายชื่อรวมเก้าสมัย และเคยทำงานเป็นรมช.คมนาคมในยุคพรรคพลังประชาชน/รมช.มหาดไทยรวมสามครั้ง(ครม.พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา/ครม.เศรษฐา ทวีสิน/ครม.ปัจจุบัน)
ดังนั้นบารมีเสี่ยป้อมแห่งบุรีรัมย์นั้นต้องมีไม่น้อยกว่าครูใหญ่ค่ายสีน้ำเงินและหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน
ยามนี้"เสี่ยป้อม"คือรมช.มหาดไทยกำกับดูแลกรมที่ดิน และอย่าลืมว่าเสี่ยป้อมเป็นใคร.... ซึ่งเป็นไปได้มากว่าในวันข้างหน้าอาจมีนโยบายเอื้อเฟื้อให้ที่ดินสองผืน(เขากระโดงและสนามกอลฟ์อัลไพน์)ออกมาเป็นคุณแก่ผู้ถือครอง.....
ผู้สันทัดทางการเมือง. อ่านเกมว่า หนึ่งในหัวข้อสนทนาของ"ทักษิณ"และ"เนวิน"นั้นไม่ต้องคิดไปไกลเลยว่า หาก"นายใหญ่บ้านจันทร์ส่องหล้า" อยากถอดระเบิดให้สร.1ใน"กรณีสนามกอลฟ์อัลไพน์"และ"ครูใหญ่ค่ายภท."อยากให้"เขากระโดง"จบปัญหาการเจรจาของ"สองบิ๊ก"ต้องเริ่มขึ้นและจบลงอย่างแฮปปี้ (แต่ที่แน่ๆนั้น เซียนการเมืองชี้ว่า ครูใหญ่ขี่คอนายใหญ่ไปอีกชั้นหนึ่งจากกรณีนี้)
ฉะนั้น..การเจรจาลับของสองบิ๊กคราวนี้จะแฮปปี้ดั่งที่วาดฝันหรือไม่นั้น..ต้องติดตามเพราะหากมีการพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินให้ผู้ถือครองที่ดินสองแปลงนี้พ้นมลทิน ระเบิดการเมืองจุดติดแน่นอนจากฝีมือประชาชนและองค์กรอิสระที่จะเช็กบิลฝ่ายการเมืองให้หมดสิทธิทางการเมืองตลอดชีพ-ดีไม่ดีมีคดีอาญาติดตัวไปด้วย