รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน
นายรังสิมันต์ ยังได้เปรียบเทียบเหตุการณ์ตากใบ ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2547 กับเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และรู้สึกเจ็บปวดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยังเห็นว่า การแก้ปัญหาชายแดนใต้ จะต้องใช้ความจริงใจ และเจตจำนง แต่หากในวันนี้ ยังไม่สามารถมอบความจริงใจให้กับผู้สูญเสีย และครอบครัวในเหตุการณ์ได้ และจะเรียกหาความจริงใจจากที่ใด เพราะความจริงใจ ไม่ได้สะท้อนผ่านคำพูด แต่เป็นการกระทำ และหากรัฐบาล ยังไม่สามารถแสดงให้เห็นได้ และในพื้นที่ก็ยังไม่ได้เห็นถึงความจริงใจรัฐบาล จะแก้ปัญหานี้อย่างไร รวมถึงยังเชื่อว่า ยังมีความพยายามเป่าคดีช่วยกันโดยตำรวจ ซึ่งนายภูมิธรรม ก็เป็นผู้กำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย และจัดการกับเรื่องดังกล่าวอย่างไรนั้น นายภูมิธรรม ยืนยันว่า ตนเองก็รู้สึกไม่แตกต่างจากนายรังสิมันต์ แต่ไม่ได้มองเรื่องดังกล่าวเพียงจุดเดียว และต้องมองส่วนอื่น ๆ ประกอบกันด้วย และความรู้สึกที่รุนแรง ไม่ได้ทำให้ปัญหาภาคใต้ดีขึ้น เพราะจะต้องใช้สติในการแก้ไข ซึ่งรัฐบาลเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ได้พยายามเยียวยา และแก้ไข รวมถึงไม่ได้มีการแทรกแซงกระบวนการตำรวจ และนิติเวช แต่ได้พยายามเร่งดำเนินการอยู่ จึงขอให้นายรังสิมันต์ใจเย็น ๆ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งผู้ที่สูญเสีย และผู้ที่ถูกกล่าวหา โดยศาลเป็นผู้ตัดสิน อย่าด่วนใช้ตนเองเป็นตัวตัดสิน
นายภูมิธรรม ย้ำว่า รัฐบาลพยายามทำหน้าที่ และเร่งรัดให้มีการจับกุมตัวมาให้ได้ ซึ่งหากนายรังสิมันต์ มีหลักฐานการเป่าคดี ตนก็พร้อมตรวจสอบให้ แต่ไม่ควรไปคิดเองว่า ศาล ตำรวจ อัยการ หรือพรรคการเมืองเป็นอย่างไร ควรใช้สาระจริง ๆ มาพูดคุยกันมากกว่าการกล่าวหาโดยไม่มีเหตุผล และหากยังมีเรื่องที่ต้องการพูดคุยกับตนสามารถมาพูดคุยภายหลังการตั้งกระทู้เสร็จสิ้นได้ เพราะตนเองก็มีข้อมูลมากกว่าที่นายรังสิมันต์พูด เพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลต่าง ๆ
ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่นายรังสิมันต์ ได้ตั้งกระทู้ถามนายภูมิธรรมนั้น ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ประท้วงเป็นระยะโดยอ้างว่า นายรังสิมันต์ อภิปรายมากกว่าการตั้งคำถาม พยายามเสียดสีพาดพิงกล่าวหาถึงพรรคการเมืองไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหา ทั้งที่ตนก็เป็นกรรมาธิการการกฎหมายฯ และได้รับฟังเรื่องคดีตากใบ ฉะนั้น จะกล่าวหาพรรคการเมืองของรัฐบาลไม่จริงใจไม่ได้ เพราะความจริงใจเป็นสาธารณะ ไม่ใช่ที่นายรังสิมันต์จะเอาความจริงใจไว้คนเดียว ดังนั้น จะกล่าวหาใครไม่จริงใจไม่ได้ และขอให้ตั้งกระทู้ถามให้อยู่ในคำถามด้วย
ภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร
นอกจากนั้น ภายหลังการตั้งกระทู้ถามเสร็จสิ้น นายรังสิมันต์ ได้พยายามประท้วงการตอบกระทู้ถามของนายภูมิธรรม เพราะเห็นว่า การตอบกระทู้ถามของนายภูมิธรรม พาดพิงถึงตนเอง แต่นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้พยายามตัดบทเพื่อเข้าสู่วาระกระทู้ถามถัดไป จนทำให้นายรังสิมันต์ ได้ประท้วงการทำหน้าที่ของนายภราดรว่า ไม่มีความเป็นกลาง ก่อนที่นายภราดร จะย้อนว่า “ไม่เป็นกลางเพราะตนเอื้อให้นายรังสิมันต์มากเกินไป หรืออย่างไร?” และย้ำว่า เวลาการตั้งกระทู้ถามของนายรังสิมันต์หมดแล้ว และในการตั้งกระทู้ถามของนายรังสิมันต์ ก็มีการพาดพิงนายภูมิธรรม และผิดข้อบังคับหลายครั้ง ซึ่งตนก็อะลุ้มอะหล่วยให้นายรังสิมันต์ ได้ตั้งกระทู้ถามได้เสร็จสิ้น จึงขอให้ประชาชนได้วินิจฉัยว่า พฤติกรรมและการตั้งกระทู้ถามของนายรังสิมันต์ และพฤติกรรมกับการตอบกระทู้ถามของนายภูมิธรรมว่า ใครน่าเชื่อถือมากกว่ากัน