ด้าน นายเอกภพ กล่าวว่า กรณีที่เป็นข่าวการลงโทษพลทหาร และทหารชั้นผู้น้อย ที่นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ได้ให้นโยบายไว้ว่า การทำร้ายร่างกายนั้นผิดกฎหมายและมีการเชิญชวนให้สมัครทหารเกณฑ์เยอะๆ แต่พอสมัครสมัครเข้าไปแล้วกลับถูกกระทำแบบนี้มาตลอดซ้ำๆ การกระทำผิดครั้งล่าสุด มีบทลงโทษกักขัง 45 วันและงดบำเหน็จในปีนั้น แต่ตนไม่รู้ว่างดทั้งปีหรือลดแค่ครั้งนั้น พี่น้องประชาชนก็ฟังแล้วไม่สบายใจ ตนจึงอยากให้ท่านประธานกรรมาธิการส่งเสียงไปที่ กระทรวง กลาโหม เรียกร้องให้เอาผิดอาญา
ที่ผ่านมายังไม่เคยมีการจูงมือผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดีเลย และครั้งนี้มีการลงโทษสั่งแก้ผ้าในขณะทำโทษ ซึ่งเป็นความผิดอาญาแน่นอน ตนจึงจะเสนอให้ลงโทษ โดยการไล่จ่าทหารคนนี้ออก และพาผู้เสียหายไปดำเนินคดีอาญาด้วย เพราะผู้เสียหายไม่กล้าไปแจ้งความเพราะกลัวถูกลงโทษ เพราะยังอยู่ใต้การปกครองอยู่ เพราะพวกเราไม่พอใจการลงโทษที่ผิดมนุษยธรรม จึงอยากเสนอให้มีการไล่ออก จะได้ไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก จึงมาร้อง นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ประธานกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร์ ให้ดำเนินการผลักดันเรื่องนี้
นายวิโรจน์ กล่าวว่า ก็ขอขอบคุณที่เนื้อเชื่อใจตน โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีทั้งจังหวัดที่สระบุรีและจังหวัดเชียงราย ตนได้ประสานงานไปที่กองทัพเรียบร้อยแล้ว และได้มีการชี้แจง ทางเราได้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยบางเรื่อง ตนก็ไม่เห็นด้วยกับการลงโทษที่นอกเหนือกฎหมาย ถ้าพลทหารทำผิดให้ดำเนินการไปตามกฏหมายไม่ใช่ลงโทษแบบนี้ ตนได้เรียนกับนายทหารระดับสูง การลงโทษแบบนี้เข้าข่าย พ.ร.บ.อุ้มหายฯ และซ้อมทรมานด้วย ซึ่งหมายความว่าผู้บังคับบัญชาก็ต้องร่วมรับผิดด้วยหนึ่งในสามถ้าไม่มีการกำชับที่ดีดีพอ
วันนี้ก็จะมีการเรียกประชุมคณะกรรมาธิการทหาร เพื่อหาผลการสอบสวนและคงต้องถามด้วยเรื่องจะรับผิดชอบนี้อย่างไร จะโทษทหารฝ่ายเดียว ชี้แจงว่าตั้งแต่ มีโครงการพลทหารปลอดปลอดภัย มีจำนวนการลงโทษของพลทหารที่ลดลงอย่างมีนัยยะ แต่ก็ไม่ได้ละเลยซึ่งตนต้องการให้ทหารปลอดภัยเป็นศูนย์ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทำลงโทษผิดกฎหมายอาญาและ การทารุณกรรมควรลงโทษจำหน่ายออก ทั้งนี้ทางเราจะเร่งสอบสวนหาความจริงต่อไปและความรับผิดชอบและมาตรการไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก