เนชั่นทีวี

การเมือง

สว.รุมฉะ! งบดิจิทัลวอลเล็ต หวังผลเลือกตั้งครั้งหน้า-ทำประเทศเจ๊ง

06 ส.ค. 2567 | katchatapong_lee

สว.รุมฉะ! งบดิจิทัลวอลเล็ต หวังผลเลือกตั้งครั้งหน้า-ทำประเทศเจ๊ง

วุฒิสภา พิจารณางบฯ ดิจิทัลวอลเล็ตก้อนแรก 1.22 แสนล้าน 3 วาระรวด - นายกฯ ย้ำจำเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจ - สว.รุมฉะ! นโยบายหวังผลเลือกตั้งครั้งหน้าทำประเทศเจ๊ง-เอื้อนายทุน แก้จนได้ไม่จริง

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ชี้แจงร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 เพิ่มเติม กรอบวงเงิน 122,000 ล้านบาท ต่อที่ประชุมวุฒิสภา ภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบแล้ว โดยย้ำว่า รัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ควบคู่กับการรักษาระดับการบริโภค และการลงทุนในประเทศโดยเร่งด่วน ไม่สามารถรองบประมาณปี 2568 ได้ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายประตุ้นเศรษฐกิจทั้งหมด ผ่านโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท โดยยืนยันว่า เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายวินัยการเงินการคลัง ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนการปฏิรูปประเทศ

 

นายกรัฐมนตรี ยังย้ำความจำเป็นถึงการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลว่า กระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวอย่างเชื่องช้า ให้เติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยเม็ดเงินจำนวนมาก จะไหลจากภาครัฐ ไปยังภาคเอกชน เกิดการสั่งซื้อสินค้า และบริการ ซึ่งเศรษฐกิจในไทยปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัว 2.0-3.0 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐ และการฟื้นตัวการท่องเที่ยว การลงทุน และการส่งออกตามการฟื้นตัวของการค้าโลก แต่ก็ยังมีข้อจำกัด และปัจจัยเสี่ยง จากหนี้ภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ และความผันผวนเศรษฐกิจโลก รัฐบาลจึงจำเป็นต้องดำเนินนโยบายขาดดุล

 

ส่วนฐานะการคลัง และหนี้สาธารณะของประเทศนั้น นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ขณะนี้ หนี้สาธารณะของประเทศอยู่ที่ร้อยละ 63.78 หรือราว 11 ล้านล้านบาท ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะ ส่วนเงินคงคลังกว่า 394,000 ล้านบาท รัฐบาลจะบริหารเงินคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และบริหารให้มีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับ ฐานะและนโยบายการเงินของประเทศของไทย ยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งมาก มีเงินสำรองระหว่างประเทศกว่า 8 ล้านล้านบาท

นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันว่า รัฐบาลจะใช้จ่ายเงินภาษีของประชนชนให้มีประสิทธิภาพ กระตุ้นเศรษฐกิจให้เม็ดเงินไหลสู่ประชาชน และภาคธุรกิจ สร้างความเจริญเติบโตให้ดับประเทศ พัฒนาศักยภาพอย่างยั่งยืน และเป็นไปตามกฎหมาย

 

:: "พล.ต.ท.บุญจันทร์" หวั่นวอลเล็ตเอื้อนายทุน แจกเงินทำประชาชนเสียนิสัย หวังผลหาเสียงล่วงหน้า ::

พลตำรวจโทบุญจันทร์ นวลสาย สมาชิกวุฒิสภา ได้อภิปรายตั้งข้อสงสัยการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า เป็นการเพิ่มหนี้ให้กับประชาชนหรือไม่ และจากการลงพื้นที่ ประชาชนก็ยังสงสัยต่อการใช้เงินดิจิทัล และจะไปใช้จ่ายต่ออย่างไร ทำไมไม่จ่ายเป็นเงินสด จึงตั้งข้อสงสัยว่า จะเป็นการเอื้อประโยชน์จริงหรือไม่ และสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง หรือเป็นเพียงการหาเสียงล่วงหน้า พร้อมยังเห็นว่า การเปิดลงทะเบียนประชาชนนั้น อาจจำให้ประชาชนดีใจเล่น ๆ และยังระบุอีกว่า การลงทะเบียนนั้น  ชาวบ้านต้องไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ 4,000 บาท จนเงินหายไปแล้ว 4,000 บาทจาก 10,000 บาท พร้อมยังแสดงความกังวลว่า การแจกเงินหมื่นจากรัฐบาล จะทำให้ประชาชนเสียนิสัย

 

 

:: "หมอเปรม" ประกาศคว่ำงบฯ ดิจิทัลวอลเล็ต ฉะ! หวังผลเลือกตั้งหน้า ทำประเทศเจ๊ง ::

นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา มองว่า โครงการนี้ไม่ใช่โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เป็นโครงการเศรษฐกิจการเมือง ที่ยิงทะลุมิติ หวังผลเลือกตั้งคราวหน้า เพราะหากนโยบายนี้ไม่สำเร็จ การเลือกตั้งคราวหน้า พรรคเพื่อไทยไปไม่รอดแน่นอน ฉะนั้น จึงไม่ใช่การกระตุ้นเศรษฐกิจ และจะทำให้เจ๊งทั้งประเทศ พร้อมยังอภิปรายว่า ในอดีตมีนโยบายแจกเงินของรัฐบาลหลายโครงการ แต่ความยากจนก็ยังคงเป็นมิตรแท้ของประชาชนเช่นเดิม จนมีโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ที่ประชาชนแห่มาลงทะเบียน เพราะกลัวเสียสิทธิ และยังคงมีความซับซ้อน ไม่แจกเป็นเงินสด พร้อมเชื่อว่า เม็ดเงินต่าง ๆ ก็จะยังคงไหลกลับไปที่นายทุนใหญ่ และจะยิ่งเกิดความเหลื่อมล้ำ แม้ GDP ของประเทศจะโตขึ้น ความยากจนของประชาชนก็คงไม่ได้ลดลง หรือแม้จะมีการทักท้วงจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยมาเตือนแล้ว แต่รัฐบาลก็ยังไม่ฟัง และยังคงเดินหน้าต่อ แต่วุฒิสภา จะต้องยับยั้งรัฐบาล พร้อมยังตั้งข้อสังเกตว่า ที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงพาณิชย์ ที่การเลื่อนลงทะเบียนของร้านค้าน เป็นเพราะไม่มีร้านค้าใดเข้าร่วมใช่หรือไม่ ดังนั้น ตนจึงไม่ให้ความเห็นชอบงบประมาณเพิ่มเติมฉบับนี้ และรัฐบาลควรจะหันไปสนับสนุนการออมให้กับประชาชน หรือผู้สูงอายุ หรือแม้แต่นโยบายของรัฐบาลที่แล้วที่ดี เช่น กฎหมายการส่งเสริมการออม ก็ควรจะสนับสนุนต่อ

 

:: สว.ใช้กรรมาธิการเต็มสภา-ถก 3 วาระรวด พิจารณางบดิจิทัลวอลเล็ต 1.22 แสนล้าน ::

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเข้าสู่การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมฯ ฉบับนี้นั้น นายนิรุตติ สุทธินนท์ สมาชิกวุฒิสภา ได้เสนอต่อที่ประชุมให้งดใช้ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ในข้อที่ 138 โดยไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯ เพิ่มเติม แต่นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภา ไม่เห็นด้วยหากจะงดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เนื่องจาก งบประมาณดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และเป็นเงินกู้ทั้งหมด จึงขอให้ที่ประชุมฯ ได้ทบทวน

 

ด้าน นายกมล รอดคล้าย สมาชิกวุฒิสภา สนับสนุนข้อเสนอของนายนิรุตติ เพราะเห็นว่า การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ต้องใช้เวลา แต่เรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องเร่งด่วนตามที่รัฐบาลเสนอ ดังนั้น การงดใช้ข้อบังคับการประชุมดังกล่าว ก็จะทำให้สามารถใช้กรรมาธิการเต็มสภาได้ และสามารถเสร็จสิ้นตามกำหนดเวลาได้ แต่ที่ประชุมไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ทำให้ต้องมีการลงมติ ซึ่งที่สุดแล้ว ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก 161 เสียง ต่อ 17 เสียง เห็นชอบตามข้อเสนอของนายนิรุตติ ที่ประชุมให้งดใช้ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ไม่ต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯ เพิ่มเติม

 

:: รมช.คลัง ปัดใช้ดิจิทัลวอลเล็ตหวังผลเลือกตั้ง ย้ำเป็นนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา-รัฐบาลจำเป็นต้องกู้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เตรียมเปิดลงทะเบียนคนไร้สมาร์ทโฟน 16 ก.ย.นี้ - ร้านค้าเริ่มเข้าชื่อ 1 ต.ค. ::

 

ขณะที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงข้อสังเกต และข้อสงสัยของสมาชิกวุฒิสภา โดยย้ำว่า รัฐบาล ได้ยืนยันว่า งบประมาณดังกล่าว เป็นไปตามกรอบกฎหมาย และวินัยการเงินการคลัง พร้อมยอมรับว่า รัฐบาล จำเป็นจะต้องมีการกู้หนี้เพิ่มเติม เพื่อเติมเงินใส่ในระบบเศรษฐกิจ และกระตุ้นเศรษฐกิจในการเดินหน้าโครงการ

 

ส่วนข้อสังเกตเหตุใดรัฐบาลไม่จ่ายเป็นเงินสดนั้น นายจุลพันธ์ ชี้แจงว่า กลไกที่รัฐบาลกำหนด เป็นกลไกลใหม่ ต่างจากอดีต ที่แจกเป็นเงินสด เพราะอาจทำให้ประชาชน ออมไว้ส่วนหนึ่ง ไม่ยอมใช้จ่าย ทำให้ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้เต็มที่ แต่หากร้านค้า ต้องการจะขึ้นเป็นเงินสด ก็สามารถทำได้ในการหมุนรอบที่ 2 และเงินสดก็จะยังคงหมุนเวียนในระบบ มีผลระยะยาว และกลไกนี้ ไม่ใช่เพียงการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เป็นการวางรากฐานดิจิทัลระยะยาว ให้คนไทยพร้อมรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงข้อมูลประชาชนต่าง ๆ จะเป็นประโยชน์ต่อภาครัฐในการกำหนดนโยบายได้อย่างตรงจุด พร้อมย้ำว่า แอพลิเคชันทางรัฐ มีความปลอดภัยแน่นอน

 

นายจุลพันธ์ ยังย้ำว่า ในการใช้จ่ายนั้น รัฐบาลได้วางกลไกไม่ให้เกิดการกระจุกตัวกับรายใหญ่ และกระจายตัว ง่ายต่อการใช้งาน ดังนั้น จึงสามารถซื้อของจากร้านสะดวกซื้อขนาดเล็ก วิสาหกิจชุมชนของประชาชนในท้องถิ่น ได้ รวมไปถึงร้านหาบเร่แผงลอย ที่แม้ไม่เสียภาษี ก็สามารถลงทะเบียนได้ แต่ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ พร้อมยืนยันว่า รัฐบาล จะเปิดลงทะเบียนร้านค้า ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

 

ส่วนประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน หรือโทรศัพท์มือถือในการลงทะเบียนรับสิทธิ์นั้น นายจุลพันธ์ เปิดเผยว่า ประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน หรือโทรศัพท์มือถือในการลงทะเบียน รัฐบาลจะเปิดลงทะเบียนในวันที่ 16 กันยายน – 15 ตุลาคม 2567 โดยจะต้องลงทะเบียนผ่านหน่วยงานรัฐ และใช้บัตรประชาชนในการซื้อสินค้า ซึ่งอาจจะไม่สะดวก และมีความซับซ้อนกว่า

 

นายจุลพันธ์ ชี้แจงกรณีที่มีสมาชิกวุฒิสภาตั้งข้อสังเกตโครงการดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาลหวังผลการเมือง โดยยืนยันว่า โครงการนี้ฯ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ผ่านมาแล้ว และเป็นสัญญาประชาคม ที่รัฐบาลได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา จึงจะต้องเดินหน้า ไม่มีความเป็นพรรคการเมือง เพราะทุกพรรคอยู่ร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล จึงไม่ใช่นโยบายของพรรคใดพรรคหนึ่ง และยังมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดนโยบายตามข้อห่วงใยของสังคม ที่รัฐบาลพร้อมรับฟัง

ข่าวล่าสุด