ส่วนในอนาคตจะมีแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์แบบนี้อีก นายสุทิน กล่าวว่า ทั้ง 2 เหตุการณ์ต้องยอมรับว่าเกิดขึ้นในการออกสนามชายแดน ซึ่งต้องปฏิบัติภารกิจที่เข้มข้น เพื่อพร้อมรบ ดังนั้นในสนามจะต้องมีมาตรการที่เข้มข้นมากกว่าค่ายฝึกอื่นๆ เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะเกิดความเข้มข้นในการลงโทษจึงมีมากกว่า แต่ไม่ได้ให้โอกาสหรือสิทธิพิเศษ ว่าออกชายแดนแล้วจะต้องลงโทษมากกว่าปกติ ยังต้องยึดตามระเบียบ เพียงแต่โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์เลยเถิดมันมีมากกว่า เนื่องจากมีหน้าที่กำกับดูแลปฏิบัติงานในสนามชายแดน ให้มีความเข้มแข็ง หากพบกำลังพลหย่อนยานหนีออกจากค่าย ก็จะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานในชายแดน จึงต้องลงโทษกันรุนแรง
นายสุทิน กล่าวต่อว่า ตนได้สั่งการให้สังคายนาระเบียบและมาตรการฝึกทหารทั้งหมดแล้ว ทำความเข้าใจและให้ความรู้แก่ผู้บังคับบัญชาให้ชัดเจน และสอดส่องดูแล หากพบว่าหย่อนยาน บกพร่อง ก็ต้องลงโทษ ซึ่งการสอบสวนและการลงโทษต่อไปนี้จะเกิดขึ้นได้ 2 ทาง คือ 1. สอบสวนทางวินัย 2.หากเข้าข่ายกฎหมายอาญา ต้องขึ้นศาลทหาร นอกจากนี้ ตนจะยกเครื่องการทำงานของจเรทหาร เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการเพิ่มคนและเครื่องมือในการสอดส่องดูแลให้ทั่วถึง เป็นหูเป็นตาให้ผู้บังคับบัญชาได้มากขึ้น
ขณะที่ค่ายฝึกรวมถึงสนามชายแดน ให้ตรวจสอบสุขภาพจิตผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะครูฝึกทั่วประเทศ ซึ่งมีโอกาสที่จะเกิดความเครียด จนลงโทษแบบวิตถาร ต้องไม่ละเลย เพราะมีโอกาสจะเกิดขึ้นได้ สำหรับเคสดังกล่าวที่สั่งให้แก้ผ้า เดี๋ยวผู้บังคับบัญชาจะลงไปตรวจสอบว่าเข้าข่ายโรคจิตหรือไม่ เพราะสุขภาพจิตและโรคจิตเกิดขึ้นได้หลายอย่าง บางครั้งเกิดจากความเครียดในหลายๆด้าน และมีสถานการณ์เฉพาะหน้าเป็นตัวกระตุ้น ประกอบกับในกองทัพมีกำลังพลจำนวนมาก อาจมีพฤติกรรมบางอย่างหรือเข้าข่ายเป็นโรคจิตได้