ขณะที่ นายโมเตกิ ยืนยันว่า ญี่ปุ่นมองไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่เป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน ประกอบกับไทย มีพลเมืองญี่ปุ่น อาศัยอยู่กว่า 70,000 คน และมีอีกกว่า 6,000 บริษัทในประเทศไทย ดังนั้น ประเทศไทย จึงมีความสำคัญกับญี่ปุ่นมาก พร้อมยืนยันอีกว่า ญี่ปุ่นยังคงอยากร่วมมือกับประเทศไทย เพื่อผลักดันด้านความมั่นคงทางพลังงาน และอุตสาหกรรมยานยนต์ ให้เป็นพาร์ทเนอร์ในระยะยาว และยังรับปากด้วยว่า จะช่วยหารือให้กระบวนการสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) ของไทยเป็นไปอย่างรวดเร็ว
นายโมเตกิ ยังเปิดเผยด้วยว่า รู้สึกยินดี ที่ได้มาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง ซึ่งตนเคยมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ในวันนั้นได้พบกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร จึงยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่วันนี้ได้พบกับบุตรสาวของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณด้วย พร้อมยังได้ฝากแสดงความเสียใจไปยังนายเศรษฐา ที่ต้องสูญเสียมารดาผู้ให้กำเนิดด้วย
ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่าย ยังได้หารือถึงสภาวะสังคมสูงอายุที่ทั้งญี่ปุ่น และไทย กำลังเผชิญร่วมกัน และรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ ก็สนับสนุนให้พลเมืองในประเทศของตน มีบุตรมากขึ้น ซึ่งในโอกาสนี้ นางสาวแพทองธาร ได้มอบ "กล่องรับขวัญ" ที่พรรคเพื่อไทย จัดทำขึ้นเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และมุ่งหวังให้อนาคตของชาติ เติบโตไปอย่างมีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญเพื่อพัฒนาประเทศไทย แก่นายโมเตกิ เพื่อเป็นที่ระลึกด้วย ซึ่งนายโมเตกิ ก็ได้ชื่นชมในนโยบายนี้ของพรรคเพื่อไทยด้วย