นายณัฐชา ยังกล่าวว่า หากดูจากข้อมูลของกรมประมง จะแสดงให้เห็นว่าการนำเข้ามาของบริษัทเอกชนเป็นข้อมูลที่ทำผิดเงื่อนไข เป็นการอนุญาติแบบมีเงื่อนไข
และทั้งนี้ไม่สามารถ ระบุตัวตนของปลาหมอคางดำได้เพราะไม่มี DNA ของปลาหมอคางดำล็อตแรก 2,000 ตัว ซึ่งขณะนี้มีDNA ปี 2560 และ 2565 แต่ยังขาดปี 2554 อยู่ ซึ่งทำได้เพียงการสันนิษฐานไว้ว่าผิดเท่านั้น อย่างไรก็ตามคณะอนุกรรมธิการการตรวจสอบสมุดคุมพันธุกรรมระหว่างปี 2550 - 2560 แต่ก็ไม่มีการรับหรือตัวอย่างของปลาทั้งสองโหล ซึ่งในกรมประมงมีตัวอย่างพันธุ์ปลากว่า 5,000 โหลและคงเป็นไปไม่ได้ที่เหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 จะพัดนำโหลทั้งสองขวดของปลาหมอคางดำหายไปได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2560 เจ้าหน้าที่กรมประมง 9 ราย ขอเข้าไปสุ่มตรวจในศูนย์วิจัย แต่ได้รับคำตอบว่า ปลาที่นำเข้ามาตายหมดแล้ว จึงห่วนแหตรวจในบ่อพัก และพบปลาหมอคางดำจำนวน 10 ตัวขนาดประมาณ 7 เซนติเมตร ซึ่งจากการประเมินของชาวบ้านคาดว่าจะมีอายุประมาณหนึ่งปี จึงเกิดคำถามว่าเมื่อปลาตายและยุติการวิจัยไปแล้วเหตุใดเมื่อเวลาผ่านไปจึงมีปลาจำนวน 10 ตัวอยู่ในบ่อพัก และตั้งแต่ปี 2560 และยังไม่มีความคืบหน้าด้านคดีความ หน่วยงานของรัฐ ควรจริงจังและดำเนินการให้ถึงที่สุด ไม่ควรปล่อยให้เรื่องนี้ไปต่อได้อีกแล้ว