พล.ต.ท.คำรบ เปิดเผยอีกว่า ส่วนกรณีเรื่องร้องเรียนเกี่ยกกับการลงคะแนนโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ทั้งหมด 47 เรื่อง ซึ่งกตต. ระบุว่าได้รวบรวมพยานหลักฐาน แต่ข้อมูล ณ วันนี้ยังไม่พอเพียงที่จะบอกว่าเขากระทำความผิด และจะต้องอาศัยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และรอหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องมาร่วมสอบสวนคลี่คลายนั้น นั่นหมายความว่า ท่านไม่ได้รับรู้เรื่องการพิสูจน์ในเบื้องต้นทั้ง 47 เรื่องใช่หรือไม่
และก็มาสรุปการแถลงช่วงท้ายว่า กระบวนการที่ผ่านมาของการเลือก สว.เป็นการลงคะแนนโดยสุจริตและเที่ยงธรรม แล้วประกาศรับรอง ซึ่งมองว่า ขัดแย้งกับการตรวจสอบที่ให้ยังคาอยู่อีก 47เรื่องที่รอผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ท่านกลับอ้างข้อกฎหมายให้ประกาศไปก่อนแล้วค่อยสอยทีหลัง จึงเข้าข่ายการกระทำผิดตาม ม.157
"สาเหตุที่มาร้องทุกข์กล่าวโทษ เพราะเห็นถึงความไม่ชอบมาพากลในการเลือก สว. ที่มองว่า เบอร์ที่ได้เป็นการล็อกโหวต และในการขานคะแนนของแต่ละกลุ่ม ก็เป็นการเลือกเหมือนกันตามโพย ซึ่งพล.ต.ท.คำรบ ได้โชว์ตัวอย่างของโพยให้กับสื่อมวลชนดู และระบุว่า โพยนี้มาจากกระบวนการเดียวกัน ซึ่ง 4 โพย จะครอบคลุมไปด้วย 16 เบอร์เดียวกัน" พล.ต.ท.คำรบ ระบุ
อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. บอกอีกว่า ที่ผ่านมา ได้ไปได้ยื่นคำร้องไปที่ กกต.และทวงถามแล้วทั้งหมด 5 ครั้ง ก็ยังไม่ได้ถูกรับฟัง แต่กลับมาประกาศรับรองผล จึงมองว่า ถึงเวลาที่จะต้องมาร้องทุกข์กล่าวโทษ เพราะถือว่ามีความผิดตาม ม.32 ที่ไม่ทำให้กระบวนการคัดเลือกสว.เป็นไปด้วยความสุจริตยุติธรรม
พล.ต.ท.คำรบ ยังระบุอีกว่า ระหว่างที่มีการประกาศแล้ว ก็ส่งสำเนาเอกสารทางไลน์ ซึ่งทำให้ตนเองไปสังเกตเห็นว่าบางอันไม่มีลายเซ็น ตนเองจึงได้ตรวจสอบในฐานะพิสูจน์หลักฐานเก่า และได้พิสูจน์ลายเซ็น ของประธาน กกต. จึงขอฝากเรื่องนี้ไปด้วยว่า ประธาน กกต. เซ็นจริงหรือไม่ หรือมีการแอบอ้างลายเซ็น หากเป็นการแอบอ้างก็ขอให้ดำเนินการแก้ไขในเรื่องนี้
ขณะเดียวกันช่วงบ่ายวันนี้ จะเดินทางไปที่ศาลฎีกา เพื่อต้องการการคุ้มครอง ว่า กกต.ไม่ได้ดำเนินการตามหน้าที่ในการจัดการลงคะแนนให้เป็นไปด้วยความสุจริตยุติธรรม และขอให้มีการคุ้มครองฉุกเฉิน และมีคำสั่งเปิดหีบ เพราะคือหัวใจสำคัญในการพิสูจน์เรื่องราวทั้งหมด