นายภูมิธรรม กล่าวว่า เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตในลักษณะดังกล่าวถึงแม้ตนจะไม่ได้สนใจเรื่องอื่น ต้องการเพียงการขายข้าวให้ได้เพื่อปิดตำนานแต่เมื่อเกิดข้อสงสัยเมื่อวานนี้ (24มิ.ย.) จึงได้สั่งการและทำจดหมายไปถึงผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้าเพื่อตรวจสอบถึงประเด็นข่าวดังกล่าว เพื่อให้เกิดข้อชัดเจนและสิ้นข้อสงสัย ว่า บริษัท V8 ไม่ได้เป็นนอมินีของใครและมีความสามารถ ไม่ทิ้งข้าวกลางคัน โดยขอให้ดูตามข้อกฎหมายและทีโออาร์ โดยมีการขอให้ชะลอและรอเวลา 7 วันเพื่อตรวจสอบให้เกิดความชัดเจนไม่มีอะไรต่างไปจากทีโออาร์ที่กำหนด ราคา 19.073 บาท ก็เป็นที่น่าพอใจแล้วเพราะที่ผ่านมาเคยขายได้ 5 บาท
“การทำตรงนี้ก็เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและหายข้อคลางแคลงใจ โดยเฉพาะจากที่ตั้งข้อสังเกตให้เห็นภาพชัดเจนว่าไม่มีปัญหา แต่ถ้าพบว่าเป็นนอมินีจริง เพราะเบื้องต้นได้ทราบข่าวว่ามีบริษัทหนึ่งที่อยู่แถวจังหวัดกำแพงเพชรกับกรรมการของบริษัทV8 มีส่วนที่ทับซ้อนกัน และสถานที่ตั้งของบริษัทก็อยู่ในที่เดียวกันที่เคยส่งออกมันสำปะหลัง แต่ไม่เคยส่งออกข้าว หรือส่งแค่จำนวนน้อย แต่ติดแบล็คลิสต์ขององค์การคลังสินค้า จึงขอให้ไปตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทุกอย่างต้องมีกฎหมายหลักฐานที่ชัดเจน ซึ่งถ้าหากเป็นจริงก็อาจกลับมาพิจารณาในส่วนของกรรมการเรื่องการต่อรองราคา และการประมูลข้าว แต่ถ้าจะมีการเปลี่ยนเข้าใจว่าทางทีโออาร์ต้องไปเรียกผู้ประมูลลำดับสอง หรือถ้าไม่ได้ก็เป็นลำดับสาม”