"ขอให้คิดเป็นบวก ยอมรับว่า มีจุดด้านลบ แต่จุดลบเมื่อเทียบกับการเป็นบวกห่างกันมาก ก็ต้องเฝ้าระวังจุดที่เป็นลบ เช่นบางมาตรการเกินร้อยละ 49% ห้ามการโหวต จะถือครองสิทธิเท่าไหร่ก็ห้ามโหวต ก็โหวตไม่ได้ยังคงให้อยู่ที่ 49% ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาใด ๆ "
นายอนุทิน กล่าวว่า จะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ครม. โดยเร็วที่สุด และจะเสนอ ครม.เห็นชอบในหลักการ จากนั้นจะรับฟังความเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมรับฟังความเห็นประชาชน เรื่องนี้เป็นไปตามขั้นตอนไม่ใช่อยากจะทำเอง ดังนั้นจึงไม่ได้เอื้อประโยชน์ใครอย่างแน่นอน แต่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับประชาชน และประเทศไทย
“ภูมิธรรม” แจง ต่างชาติถือกรรมสิทธิห้องชุด 75 % เป็นเรื่องที่กำลังศึกษาอยู่
ด้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ระบุถึงเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องที่เกิดในที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 67 ที่ผ่านมา สืบเนื่องจากมติ ครม. เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 67 ครม. ที่ได้พิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยรวบรวมข้อมูลจากประชาชน ที่มายื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล ประมาณ 9 -10 ข้อ
โดยมีเรื่องมี 2 เรื่องที่ค้างอยู่ ให้ศึกษาความเป็นไปได้ว่า เหมาะสมหรือไม่ หรือมีข้อดีข้อเสียอย่างไร เช่น ทรัพย์อิงสิทธิ จาก 50 : 50 เป็น 99 ปี และเรื่องของการถือครองคอนโดของชาวต่างชาติจาก 49% เป็น 75% ย้ำว่า เรื่องนี้มาตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. 67 เป็นข้อสั่งการให้กระทรวงมหาดไทย ไปดำเนินการเร่งรัดศึกษา หาข้อสรุปความเป็นไปได้ แต่ยังไม่มีการดำเนินการจัดการ เป็นเพียงการนำมติ ครม. มาดำเนินการและรายงานต่อ ครม.
ย้ำว่าเรื่องนี้ยังไม่ดำเนินการแต่อย่างใด และไม่ได้มีการกำหนดกรอบระยะเวลา เพียงแต่ขอให้สรุปมาได้โดยเร็ว ยังไม่มีการตัดสินใจ โดยให้กระทรวงมหาดไทยเป็นแม่งาน ซึ่งมีเรื่องเกี่ยวกับที่ดินที่ต้องดู ไม่แน่ใจว่าจะเป็นประโยชน์ หรือปัญหา
ส่วนความกังวลว่า เรื่องนี้จะถูกโยงไปเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ นายภูมิธรรม ระบุว่า ไม่กังวล เพราะได้สั่งการให้ศึกษา ตามที่ประชาชนหรือกลุ่มผู้ประกอบการเสนอมา ไม่ได้นำข้อเสนอเก่าของรัฐบาลชุดที่แล้วมาศึกษาดู เพราะตอนนี้มีผู้ประกอบการเสนอมา เราก็รับมาดูและศึกษา แต่หากศึกษาแล้วไม่ได้ ก็จะแจ้งกลับไป
ส่วนจะถูกมองว่า เรื่องนี้เป็นการเอื้อเอกชน ที่ขายคอนโดเยอะ ๆ หรือไม่นั้น นายภูมิธรรม ระบุว่า หากเอื้อก็ตัดสินใจไปแล้วให้ทำได้ แต่ขณะนี้กำลังศึกษาว่า ทำได้จริงหรือไม่ ดังนั้นจะบอกว่าเอื้อหรือไม่เอื้อไม่ได้ เพราะยังไม่ตัดสินใจอะไรเลย
ขณะนี้ยังมีอีกหลายเรื่อง ที่ต่างชาติเสนอเข้ามา ซึ่งรัฐบาลก็จะพิจารณาตามความเหมาะสมว่า จะทำหรือไม่ หากคิดว่าเป็นประโยชน์ก็จะทำเลย แต่ถ้าเป็นไปไม่ได้ก็จะไม่ทำ ย้ำว่าต้องใช้ดุลยพินิจบนพื้นฐานข้อเท็จจริง