อ่านเกม “บิ๊กโจ๊ก” ยืมมือ ป.ป.ช. โขกพนักงานสอบสวน ในคดีฟอกเงินเว็บพนัน
08 มิ.ย. 2567 | titayu_pur

อ่านเกม “บิ๊กโจ๊ก” ยืมมือ ป.ป.ช. โขกพนักงานสอบสวน จากคดีฟอกเงินจากเว็บพนันออนไลน์ BNK Master พร้อมฉากทัศน์ต่อไป หากเกมนี้เข้าทาง "บิ๊กโจ๊ก"
การเมือง
08 มิ.ย. 2567 | titayu_pur

อ่านเกม “บิ๊กโจ๊ก” ยืมมือ ป.ป.ช. โขกพนักงานสอบสวน จากคดีฟอกเงินจากเว็บพนันออนไลน์ BNK Master พร้อมฉากทัศน์ต่อไป หากเกมนี้เข้าทาง "บิ๊กโจ๊ก"
8 มิถุนายน 2567 ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามกันยาว ๆ สำหรับกรณี "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กรณีพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ทำหนังสือถึงเลขาธิการ ป.ป.ช. ขอทวงคืนสำนวนคดี “บิ๊กโจ๊ก” ในคดีฟอกเงินจากเว็บพนันออนไลน์ BNK Master
โดยอ้างว่า เป็นคดีในอำนาจของพนักงานสอบสวน เนื่องจาก ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจไต่สวนคดีความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน และคดีนี้ มูลความผิดที่กล่าวหา ไม่ใช่กรณีเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ หรือละเว้นให้เกิดการฟอกเงิน ซึ่งต้องรับโทษ 2 เท่า แต่เป็นการฟอกเงินโดยไม่เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่
แต่เรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นเกมที่ส่อยืดเยื้อ หลังประธาน ป.ป.ช.ยืนยันวานนี้ (7 มิ.ย.) ว่า คดีของ "บิ๊กโจ๊ก" นั้นเป็นอำนาจของ ป.ป.ช. อำนาจหน้าที่ของตำรวจสิ้นสุดลง โดยจะคืนสำนวนเฉพาะที่ที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.เท่านั้น
ซึ่งเรื่องดังกล่าว แหล่งข่าวซึ่งเป็นนักกฎหมาย ที่ทำงานใกล้ชิดกับ ป.ป.ช. ได้อ่านเกม “บิ๊กโจ๊ก” ที่พยายามให้ ป.ป.ช.รับสำนวนคดีพนันออนไลน์ในส่วนของตน ไว้ไต่สวนเอง ดังนี้
1.เมื่อ ป.ป.ช.ดึงสำนวนคดีส่วนของ “บิ๊กโจ๊ก” ไว้ไต่สวนเอง แต่ส่งสำนวนเพียงบางส่วนคืน กลับมาให้พนักงานสอบสวน ถือว่าเข้าทาง “บิ๊กโจ๊ก”
2.เพราะเมื่อ ป.ป.ช.รับไต่สวน จะมีผลทั้งการดำเนินการทางวินัย และทางอาญากับผู้ถูกกล่าวหา
3.โดยมากหน่วยงานต้นสังกัด จะต้องหยุดการดำเนินการทางวินัย กับผู้ถูกกล่าวหาเอาไว้ก่อน โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับคดีอาญา (ซึ่งกรณี บิ๊กโจ๊ก เกี่ยวเต็ม ๆ) เพื่อรอการชี้มูลของ ป.ป.ช.
4.เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดขั้นสุดท้าย ในส่วนของอาญา ก็จะนำไปสู่การยื่นฟ้องคดีต่อศาล ส่วนวินัยจะแจ้งหน่วยงานต้นสังกัด ให้ลงโทษตามที่ ป.ป.ช.ชี้มูลมา **หากยกคำร้อง ก็จบกันไปเลย
5.กรณี “บิ๊กโจ๊ก” เมื่อ ป.ป.ช.ดึงสำนวนส่วนนี้เอาไว้ จะทำให้คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งขึ้น ทำงานยาก และถูกโต้แย้งจาก “บิ๊กโจ๊ก” ได้ว่าไม่มีอำนาจ เพราะอำนาจอยู่ที่ ป.ป.ช.
6.งานนี้จะโยงถึง “คำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน” ว่า ต้องระงับด้วยหรือไม่ เพื่อรอการไต่สวนของ ป.ป.ช. เนื่องจากพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวนคดีนี้ต่อแล้ว (ถ้าเชื่อ ป.ป.ช.)
7.ยิ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความทำนองว่า “คำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน” ต้องรอผลการสอบสวนของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น ยิ่งทำให้เรื่องนี้เป็น “งูกินหาง” อาจเดินหน้าต่อไม่ได้
8.การไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไม่มีกรอบเวลาที่แน่นอน แตกต่างจากการดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของตำรวจ ซึ่งมีกรอบเวลากำกับทุกขั้นตอน ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ประโยชน์
9.ปลายทางของเกมนี้ คือ “บิ๊กโจ๊ก” จะยังมีสถานะเป็นตำรวจ ไม่ถูกให้ออกจากราชการ ไม่ถูกดำเนินการทางวินัย เพราะใช้ “ป.ป.ช.” เป็นเกราะกำบัง และตนเองจะได้มีสิทธิ์เป็นแคนดิเดต ผบ.ตร. อาวุโสอันดับ 1 ลุ้นชิง ผบ.ตร.ในปีนี้เลย
10.หากตัวเองได้ขึ้นเป็น ผบ.ตร. โมเมนตัมของคดีจะเปลี่ยนไปทั้งหมด
ขณะเดียวกัน มีข้อมูลเพิ่มเติมจากฝั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โต้แย้งว่า กรณีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีการดำเนินการ ทางวินัยไปแล้วตามกฏหมาย พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่
การที่ ป.ป.ช.จะมาชี้ในภายหลังจากที่ได้ตั้งเรื่องสอบสวนไปแล้ว ไม่น่าจะเป็นผลทำให้การดำเนินการต้องยกเลิกหรือหยุดลง เพราะเป็นการดำเนินการคนละส่วนกัน....