อ่านจังหวะก้าว “นครบาล” เปิดวอร์ ป.ป.ช.คดี “บิ๊กโจ๊ก”
04 มิ.ย. 2567 | thanita_boo

อ่านจังหวะก้าว “นครบาล” เปิดวอร์ ป.ป.ช.คดี “บิ๊กโจ๊ก” หลังทำหนังสือทวงสำนวนคดี คืนจาก ป.ป.ช. เพราะเลยกำหนดเวลาที่กำหนดไป
ข่าว
04 มิ.ย. 2567 | thanita_boo

อ่านจังหวะก้าว “นครบาล” เปิดวอร์ ป.ป.ช.คดี “บิ๊กโจ๊ก” หลังทำหนังสือทวงสำนวนคดี คืนจาก ป.ป.ช. เพราะเลยกำหนดเวลาที่กำหนดไป
จากหนังสือที่พนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ทำถึงเลขาธิการ ป.ป.ช. เพื่อทวงสำนวนคดี “บิ๊กโจ๊ก” คืนจาก ป.ป.ช. เพราะเลยกำหนดเวลาที่กำหนดไว้แล้วนั้น
หากดูรายละเอียดแล้วจะพบว่ามีการอ้างถึงข้อกฎหมายหลายประการ ดังนี้
1.ข้อหาที่ดำเนินคดี “บิ๊กโจ๊ก” กับพวก เป็นความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน ที่ไม่อยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช.
2.ไม่ได้ดำเนินคดี “บิ๊กโจ๊ก” กับพวก ในฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หรือใช้อำนาจหน้าที่ไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ซึ่งจะต้องรับโทษเป็น 2 เท่า
3.ป.ป.ช.เคยมีมติเรื่องนี้เอาไว้เมื่อปี 65 ว่าไม่เป็นอำนาจของ ป.ป.ช.
4.คดีนี้อยู่ในอำนาจศาลอาญา ระบุเหตุผลไว้ในหมายจับที่ออกให้พนักงานสอบสวนอย่างชัดเจน
ซึ้งกรณีนี้หาก ป.ป.ช.เล่นบทพลิ้ว จะมีการไปแจ้งความดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยอาจมีตัวแทนพนักงานสอบสวนไปร้องทุกข์เอง หรืออาจมีบุคคลอื่นไปแจ้ง ยังไม่แน่ชัด
แต่ต้องยอมรับว่า พนักงานสอบสวนราวๆ 200 นาย ก็ถูก “บิ๊กโจ๊ก” ยื่นคำร้องกล่าวโทษต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ไต่สวนเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่ง ป.ป.ช.ก็รับไต่สวน ทั้งๆ ที่พนักงานสอบสวนทำคดีตามกฎหมาย และศาลอาญาก็ออกหมายจับให้
ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่า สุดท้ายอาจมีตัวแทนพนักงานสอบสวนไปแจ้งความดำเนินคดีกับ ป.ป.ช.เองเลยก็ได้ และต้องไม่ลืมว่า หาก ป.ป.ช.กระทำผิดเสียเอง จะต้องรับโทษ 2 เท่าเช่นกัน
อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.รับสำนวนนี้ไปนานกว่า 30 วันแล้ว ทั้งๆ ที่คดีต้องเดินหน้า มีผู้ต้องหาอยู่ระหว่างถูกควบคุมตัว และบางส่วนได้ประกันตัว แต่ก็ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวน จึงควรเร่งดำเนินการ เพราะเป็นคดีสำคัญ และหากอ้างว่ามีภารกิจมาก ก็สามารถส่งคดีมาให้พนักงานสอบสวนดำเนินการได้ตามกฎหมายและตามขั้นตอนปกติ