สำหรับบรรยากาศการเปิดให้ลงทะเบียนวันแรกนั้น หลังกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้แต่ละจังหวัดจัดตั้ง "ศูนย์อำนวยการแก้ไขหนี้นอกระบบ" เพื่อให้ลูกหนี้นอกระบบที่มีความประสงค์ขอรับการช่วยเหลือ ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันนี้ (1ธ.ค.) เป็นต้นไป
โดยบรรยากาศที่เขตห้วยขวาง ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ได้มีประชาชนที่เป็นลูกหนี้นอกระบบ เดินทางมารอเพื่อลงทะเบียนกันตั้งแต่เช้า อีกทั้ง พบว่าลูกหนี้รายแรกที่มาขึ้นทะเบียน เป็นหนี้ในระบบ 7.9 ล้านบาท โดยมาขอขึ้นทะเบียนเข้าร่วมโครงการ เนื่องจากมองว่าสัญญากู้ของตนไม่เป็นธรรม เจ้าหน้าที่ได้แนะนำว่าสามารถขึ้นทะเบียนไว้ก่อนได้ แต่จะได้รับเลือกให้เข้าร่วมโครงการหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของกรมการปกครอง
ขณะที่ นางเอ (นามสมมติ) หนึ่งในประชาชนที่เดินทางมาขึ้นทะเบียน กล่าวว่า ส่วนตัวเป็นหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบมานานหลายปี ซึ่งหนี้นอกระบบนั้น ได้กู้จากเพื่อนบ้านและกลุ่มหมวกกันน็อก รวมประมาณ 3-4 หมื่นบาท อัตราดอกเบี้ยของกลุ่มหมวกกันน็อค ร้อยละ 20 ส่วนเพื่อนบ้านอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 และยังเป็นหนี้ในระบบที่กู้มาหลักแสนบาท ซึ่งที่ผ่านมาได้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยมาได้ประมาณ 1 ปี แต่ยอดหนี้ก็ยังไม่ลดลง ทำให้ปัจจุบันจึงตัดสินใจไม่ชำระหนี้ของธนาคารต่อ เพราะสามารถหาเงินมาจ่ายได้แค่หนี้นอกระบบเท่านั้น
"หนี้นอกระบบก็จ่ายได้แค่เฉพาะดอกเบี้ย วันละ 1,200 บาท ในขณะที่มีรายได้จากการขายของ เพียง 500-600 บาทเท่านั้น ทำให้บางวันต้องไปยืมจากคนใกล้ตัว เพื่อมาจ่ายดอกเบี้ยหนี้นอกระบบ" นางเอ ระบุ
ส่วนโครงการของรัฐบาลที่เปิดช่องทางช่วยเหลือลูกหนี้ แม้จะเป็นโครงการที่ดีของรัฐบาลแต่ส่วนตัวยอมรับว่ามีความกังวลผลกระทบที่จะตามมา และเชื่อว่าหากมีการเรียกมาไกล่เกลี่ย จะไม่มีเจ้าหนี้คนใดยอมมา จึงอยากฝากถึงรัฐบาลว่าหากต้องการแก้ไขให้ตรงจุด รัฐบาลควรที่จะปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้ลูกหนี้เปลี่ยนมาเป็นหนี้ในระบบกับรัฐบาลแทน เนื่องจากกลุ่มอาชีพอิสระ จะกู้เงินในระบบกับธนาคารเป็นเรื่องยาก เพราะไม่มีเอกสารสลิปเงินเดือน
ด้าน "นายไพฑูรย์ งามมุข" ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง กล่าวย้ำถึงผู้ที่จะเดินทางมาลงทะเบียนที่สำนักงานเขตนั้น โดยเอกสารสำคัญที่ลูกหนี้จะต้องเอามา คือ หลักฐานการเป็นหนี้และบัตรประชาชน ซึ่งในส่วนของรายใดที่นำเอกสารหลักฐานส่วนตัวมาไม่ครบ ทางเจ้าหน้าที่จะลุ่มอล่วยให้สามารถนำมายื่นภายหลังได้ เพราะมีข้อมูลเบื้องต้นจากการมาขึ้นทะเบียนวันนี้ในระบบแล้ว
"แต่ปัญหาหลักที่พบคือเรื่องของหลักฐานการเป็นหนี้ เพราะส่วนใหญ่คนที่เป็นหนี้นอกระบบ มักจะไม่มีเอกสารหลักฐานที่เป็นทางการ และไม่ทราบข้อมูลของเจ้าหนี้ จึงอยากย้ำว่ามีความสำคัญมาก เพราะหากไม่มีหลักฐานการเป็นหนี้ ก็จะไม่สามารถช่วยแก้หนี้ให้ได้ หากลูกหนี้นอกระบบไม่มีเอกสารหลักฐาน ก็ขอให้นำตัวพยานบุคคล เพื่อมายืนยันว่าเป็นหนี้จริง" นายไพฑูรย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเขตห้วยขวางก่อนหน้านี้ ได้ทำโครงการช่วยไกล่เกลี่ยหนี้ ซึ่งมีประชาชนที่เป็นลูกหนี้นอกระบบในเขตห้วยขวาง มาเข้าร่วมโครงการประมาณ 50 ราย ส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาด เป็นหนี้ตั้งแต่ 5,000 บาท และมากสุด 500,000 บาท โดยมีอัตราดอกเบี้ยรายวันจากการกู้ยืมนอกระบบ ร้อยละ 20 ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย หากมาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการนี้ เพราะจะมีตำรวจและเจ้าหน้าที่หน่วยงานฝ่ายความมั่นคง ให้ความช่วยเหลือและดูแล
อนึ่ง สำหรับการลงทะเบียนลูกหนี้นอกระบบ รัฐบาลเปิดให้ประชาชนสามารถลงทะเบียนเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยไกล่เกลี่ย ได้ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 29 ก.พ. 2567 โดยลูกหนี้สามารถลงทะเบียน ได้ที่ว่าการอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศ ส่วนในกรุงเทพมหานคร ลงทะเบียนได้ที่สำนักงานเขตทุกแห่ง และยังเปิดให้ลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ แอปพลิเคชัน ThaID และสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม หมายเลข 1567
ด้าน "น.ส.ไตรศุลี ไตรสณกุล" เลขานุการ รมว.มหาดไทย และโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กรมการปกครอง ได้รายงานให้ นายอนุทิน ทราบผลการลงทะเบีบนแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ผ่านทั้งระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ https://debt.dopa.go.th และวอล์คอินไปลงทะเบียน ณ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ณ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง และสำนักงานเขตทุกแห่งสำหรับผู้อาศัยในกรุงเทพมหานคร ในวันแรก เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
โดยประชาชนทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด ให้ความสนใจลงทะเบียน รวม 22,090 ราย ส่วนใหญ่เป็นการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ 21,001 ราย วอล์คอิน 1,089 ราย จำนวนเจ้าหนี้ 11,539 ราย ยอดหนี้รวม 935.31 ล้านบาท จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- กรุงเทพมหานคร 1,529 ราย เจ้าหนี้ 879 ราย ยอดหนี้รวม 78.48 ล้านบาท
- สงขลา 959 ราย เจ้าหนี้ 507 ราย ยอดหนี้รวม 55.36 ล้านบาท
- นครศรีธรรมราช 910 ราย เจ้าหนี้ 557 ราย ยอดหนี้รวม 27.64 ล้านบาท
- นครราชสีมา 822 ราย เจ้าหนี้ 351 ราย ยอดหนี้รวม 23.53 ล้านบาท
- สมุทรปราการ 572 ราย เจ้าหนี้ 293 ราย ยอดหนี้รวม 23.70 ล้านบาท
"นายอนุทินให้ความสำคัญและติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด พร้อมให้คำปรึกษาและให้การสนับสนุนทางนโยบาย เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจตามที่นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก ในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปได้" น.ส.ไตรศุลี ระบุ