เนชั่นทีวี

การเมือง

"แสวง" แจง 6 ข้อยังไม่แจก "ใบเหลือง-แดง" ชี้ คดีซับซ้อนเกี่ยวพันผู้จะมีอำนาจ

26 พ.ย. 2566 | tinakit_rat

"แสวง" แจง 6 ข้อยังไม่แจก "ใบเหลือง-แดง" ชี้ คดีซับซ้อนเกี่ยวพันผู้จะมีอำนาจ

"แสวง" แจง 6 เหตุผลยังไม่แจก "ใบเหลือง-แดง" ชี้ คดีซับซ้อนเกี่ยวพันกับผู้จะมีอำนาจเมื่อชนะเลือกตั้ง ทุกเรื่องต้องจบที่ศาล ระบุ แนวคิดการนำคดีเลือกตั้งไปสู่ศาล ไม่อาจควบคุมการเลือกตั้งได้ การชั่งน้ำหนักพยาน ต้องใช้มาตรฐานคดีอาญา ถ้าสงสัยต้องปล่อยไป

26 พฤศจิกายน 2566 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุถึงมาตรการและรูปแบบการควบคุมการเลือกตั้งให้สุจริตและเที่ยงธรรมในการเลือกตั้งปี 2566 ทำไมยังไม่มีใบเหลือง/ใบแดง ว่า

     1.กรอบแนวคิดการนำคดีเลือกตั้งไปสู่ศาล ไม่อาจควบคุมให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมตามที่กฎหมายได้ออกแบบไว้อย่างที่ควรจะเป็น ต้องหามาตรการเสริม

     2.บทเรียนจากข้อกฎหมาย เรื่องมาตรฐานของการชั่งน้ำหนักพยานที่สูงขึ้นเทียบเท่าคดีอาญาคดีเลือกตั้ง เน้นรักษาผลประโยชน์ของรัฐ เพียงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า (คือสงสัย) เพียงพอที่จะเอาผู้เล่นออกจากสนามแล้ว แต่ในทางคดีอาญาคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของปัจเจกชน ต้องพิสูจน์จนปราศจากข้อสงสัย จึงจะลงโทษได้นั้น 

หมายความว่า ถ้าสงสัยต้องปล่อยไป เมื่อกฎหมายนำเรื่องคดีเลือกตั้งและคดีอาญา มาอยู่ในการกระทำเดียวกัน ทุกคดีการเลือกตั้งต้องจบที่ศาล การชั่งน้ำหนักพยาน จึงต้องพยายามใช้มาตรฐานคดีอาญาไปโดยปริยาย

     3.บทเรียนจากอดีต ในเชิงข้อเท็จจริงรูปแบบการกระทำความผิด เกี่ยวกับการเลือกตั้งจะมีความสลับซับซ้อน เพราะเกี่ยวพันกับผู้จะมีอำนาจมากที่สุดเมื่อชนะเลือกตั้ง สมประโยชน์ทั้งผู้ให้ผู้รับ มีความรัก ความศรัทธาต่อพรรคการเมืองและผู้สมัครเป็นพื้นฐาน

มีผลประโยชน์ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม เกาะเกี่ยวผูกพันกัน ด้วยองค์ประกอบดังกล่าวข้างต้น การดำเนินคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง จึงประสบผลสำเร็จได้ยาก เพราะทุกคดีต้องไปที่ศาล โจทก์ จำเลย พยาน ต้องไปเผชิญหน้ากันในศาล หลังเลือกตั้ง ถ้าพยานไม่เหมือนเดิมแล้ว ผลคดีจะเปลี่ยนไป

     4.มาตรการปี 2566 นำบทเรียนมาใช้ด้วยข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ตามที่กล่าวมาแล้ว กกต.และสำนักงาน จึงได้ดำเนินการมาตรการเชิงใชั "การป้อง/ป้องปราม" ก่อนการเลือกตั้งมาเป็นหลัก ส่วนการดำเนินคดีหลังเลือกตั้งดำเนินการเช่นเดิม วีธีดำเนินการ มีศูนย์ข่าว บัญชีหัวคะแนน ของผู้สมัครและของพรรคการเมืองทุกพรรค จัดโซนพื้นที่ตามระดับการแข่งขัน เพื่อเป็นข้อมูลให้ชุดปฏิบัติการต่างๆ ในแต่ละเขตเลือกตั้ง

อาทิ ผู้ตรวจการเลือกตั้ง ชุดปฏิบัติการข่าว ชุดเคลื่อนที่เร็ว และยังมีการบูรณาการร่วมกันกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ ภาคประชาชน และ ศส.ปชต.ด้วย ทั้งนี้ จะใช้วิธีป้องปราม กดดัน ลาดตระเวน สังเกตการณ์ สืบสวนหาข่าว แล้วแต่กรณีในแต่ละเขตเลือกตั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกระทำผิด หรือ ถ้าคิดหรือเตรียมการจะทำกระทำไม่สำเร็จ

     5.เป้าหมาย เพื่อควบคุมให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยการป้องกันมิให้มีการกระทำความผิด (ลดหรือไม่มีใบเหลือง ใบแดง) อันเป็นเหตุให้มีการเลือกตั้งซ่อม และสิ้นเปลืองทรัพยากรอีกทางหนึ่งด้วย

     6.ผลการดำเนินการการเลือกตั้งปี 2566 มีจำนวนเรื่องร้องเรียน ในภาพรวมลดลงมากกว่าครึ่ง เฉพาะการร้องเรียนเกี่ยวกับการซื้อสิทธิ์ขายเสียง 100 กว่าเรื่อง นอกนั้นเป็นเรื่องอื่นๆ เช่น การนับคะแนน การหลอกลวง กว่า 100 เรื่อง และเป็นเรื่องที่ชุดต่างๆ ไปปฏิบัติการได้ข้อมูลและเบาะแสมา เกือบ 100 เรื่อง รวมเป็นคำร้องทั้งหมด 365 เรื่อง จากการเลือกตั้งแต่ละครั้งที่ผ่านมาจะมีคำร้องมากกว่านี้เป็นหลายเท่าก็มี จึงถือว่าสถิติคำร้องลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ อย่างไรก็ตาม สำนวนใดมีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร กกต.มีมติในสำนวนนั้นว่าอย่างไร ดูได้จากคำวินิจฉัยของแต่ละสำนวน ซึ่งสามารถตรวจสอบคำวินิจฉัยได้จากเว็บไซต์สำนักงาน กกต.

ขอบคุณภาพและข้อมูล เพจ Sawaeng Boonmee

ข่าวล่าสุด