ประชาชน มองรัฐบาลเป็นที่พึ่งสุดท้าย อัดอั้นที่สุด เศรษฐกิจเมื่อไรจะดีขึ้น
19 พ.ย. 2566 | tinakit_rat

"สวนดุสิตโพล" เผยผลสำรวจประชาชน เรื่อง "ที่พึ่งของคนไทย ณ วันนี้" ระบุ "รัฐบาล" เป็นที่พึ่งอันดับ 5 เรื่องที่อัดอั้นที่สุด "เศรษฐกิจเมื่อไรจะดีขึ้น"
การเมือง
19 พ.ย. 2566 | tinakit_rat

"สวนดุสิตโพล" เผยผลสำรวจประชาชน เรื่อง "ที่พึ่งของคนไทย ณ วันนี้" ระบุ "รัฐบาล" เป็นที่พึ่งอันดับ 5 เรื่องที่อัดอั้นที่สุด "เศรษฐกิจเมื่อไรจะดีขึ้น"
19 พฤศจิกายน 2566 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ที่พึ่งของคนไทย ณ วันนี้” จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,026 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 14 - 17 พ.ย.66 พบว่า จากการที่ต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ทำให้ประชาชนรู้สึก ต้องการที่พึ่งอย่างมาก ร้อยละ 52.34
เรื่องที่ต้องการที่พึ่งมากที่สุดคือ
นอกจากพึ่งตนเองแล้ว บุคคลที่คิดว่าน่าจะเป็นที่พึ่งได้มากที่สุด คือ
เมื่อถามเรื่องที่ประชาชนอยากระบายความอัดอั้นมากที่สุด คือ
ผลโพลตั้งแต่ช่วงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ (จันทร์โอชา) ผ่านต่อมายังรัฐบาลเศรษฐา พบว่า ปัญหาปากท้องเป็นโจทย์หินของทุกรัฐบาล เมื่อของแพงรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายจึงทำให้ต้องกู้หนี้ยืมสิน แก้ปัญหาด้วยการพึ่งพาตนเอง ญาติพี่น้อง และเพื่อนสนิท นี่คือชีวิตของคนไทยส่วนใหญ่ รวมไปถึงการหันไปหาที่พึ่งทางใจอย่างสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย
ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาวรวมถึงแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในภาพรวมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
จากผลสำรวจนี้เป็นคำตอบเบื้องต้นแล้วว่า ในเวลานี้ประชาชนต้องการที่พึ่งในการใช้ชีวิต โดยของแพง ค่าครองชีพสูง คือเรื่องที่ประชาชนต้องการที่พึ่งมากที่สุด และตามมาติดๆ อันดับที่ 2 กับเรื่องของเศรษฐกิจตกต่ำ ผลโพลดังกล่าวเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การใช้ชีวิตของคนไทยกำลังมีปัญหาเร่งด่วนในเรื่องของแพง ค่าครองชีพสูง ซึ่งนอกจากตนเองแล้วบุคคลที่คิดว่าน่าจะเป็นที่พึ่งได้มากที่สุดสองอันดับแรก คือ ครอบครัว ญาติผู้ใหญ่ที่นับถือ และเพื่อนสนิท
โดยมีรัฐบาลเป็นอันดับสุดท้ายอยู่อันดับที่ 5 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลว่า จะพึ่งพาได้น้อยที่สุด จาก 5 อันดับ และประชาชนยังอัดอั้นใจในเรื่องเศรษฐกิจอีกด้วย จึงเป็นการตอกย้ำว่าปัญหาเรื่องของแพง ค่าครองชีพสูง เศรษฐกิจไม่ดี เงินไม่พอใช้ คือปัญหาสำคัญที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ไขโดยเร็ว แม้ว่าจะมีประชาชนเพียง ร้อยละ 18.46 เท่านั้นที่คิดว่าน่าจะพึ่งรัฐบาลได้