ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า หลังจากส่งร่างแรงงานกลับไปที่ภูมิลำเนาแล้วกระทรวงแรงงาน จะส่งเจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัด เข้าแจ้งสิทธิประโยชน์ต่อครอบครัวของแรงงานและช่วยอำนวยความสะดวกขั้นตอนเอกสารการเสียชีวิต ทั้งที่กระทรวงแรงงานดูแล และส่วนที่อิสราเอลชดเชย เบื้องต้นกรณีเสียชีวิต เงินสงเคราะห์ 40,000 บาทก่อน
และกระทรวงแรงงานจะรีบประสานงานกับทางอิสราเอลเพื่อส่งเอกสารขอเงินชดเชยให้ผู้ที่ทำงานอย่างถูกกฎหมายกรณีเสียชีวิต ภรรยาจะได้รับเงินเดือนละ 40,000 บาท จนกว่าจะสมรสใหม่และบุตรจะได้รับเงินเดือนละประมาณ 8,000 ถึง 12,000 บาทจนกว่าจะอายุครบ 18 ปี ส่วนการขั้นตอนพิสูจน์อัตลักษณ์เบื้องต้นได้มีการพิสูจน์จากทางอิสราเอลมาแล้วแต่หากกลับมาที่ไทยและญาติร้องขอให้มีการพิสูจน์อัตลักษณ์เพิ่มเติมก็จะดำเนินการพิสูจน์ที่ไทยได้เลย
อย่างไรก็ตามขณะนี้กระทรวงแรงงาน ได้ส่งน้ำดื่มและอาหารแห้งกว่า 4,000 ชุด ไปให้แรงงานไทยที่อิสราเอล และจะเร่งดำเนินการช่วยเหลือแรงงาน ทั้งถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย ให้ได้กลับมาประเทศไทยอย่างเร็วที่สุด
ส่วนกรณีที่แรงงานถูกบังคับให้ทำงานต่อในระหว่างสงครามนั้น กระทรวงแรงงานได้ให้ทูตแรงงานในอิสราเอลประสานกับทางการอิสราเอลแล้ว พร้อมกำชับไม่ให้เกิดเรื่องนี้ เพราะเป็นการทำงานโดยไม่ได้สมัครใจซึ่งผิดกฎหมาย