ทั้งนี้ มั่นใจว่าถ้าเป็นโครงการสุจริต ไม่มีใครขัดขวางประชาชนได้รับแจกเงินหมื่นบาทแน่นอน ขณะที่พรรคเพื่อไทยมีโครงการหลายเรื่องประกาศไว้ สามารถขยับได้ทันที ที่ไม่ได้รับผลกระทบ แต่โครงการดิจิทัลเกิดสงสัยในเรื่องประโยชน์ทับซ้อน โดยมีคนได้ผลประโยชน์และไม่สมเหตุสมผลที่จะทำบล็อกเชนขึ้นมาใหม่ ถ้าต้องการใช้จ่ายแค่ 6 เดือน
"ลองแถลงออกมาว่า ต้องการใช้เงินทำบล็อกเชนเท่าไร รวมทั้งการเข้า-ออกของเหรียญดิจิทัลไป-กลับ อย่างละ 3% ตามข้อสงสัยนั้น มีมูลค่าเท่าไร ขณะเดียวกันที่บอกจะหมุนเป็นวงรอบ ซึ่งถามกันหลายครั้งว่า มันจะหมุนอย่างไร เพราะการซื้อสินค้าเงินจะไหลเข้าไปยังเจ้าสัวผู้ผลิตสินค้าในขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้นเอง" นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้ คือ ถ้าพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลคิดว่าตัวเองถูกต้องก็ไม่ควรคิดอะไรมาก ลงมือแจกเงินเลย ส่วนทำไม ปปช.จึงให้มือทำงานคนสำคัญมาตรวจสอบ อีกทั้ง ธปท.อยู่ดีๆ จะขวางการแจกเงินทำไมถ้าเป็นโครงการรที่ดี ไม่กระทบกับการเงิน การคลังของชาติ แต่ทุกคนเห็นตรงกันว่า โครงการนี้สร้างผลกระทบกับประเทศ ดังนั้น หน่วยงานต่างๆ จะไม่ปล่อยให้บ้านเมืองเกิดความเสียหายก่อน เพราะมีบทเรียนมากมายมาแล้ว ถ้ารัฐบาลเริ่มประกาศรายละเอียดขั้นตอนการแจกเงินอย่างชัดเจนก็เข้าเงื่อนไข จะถูกตรวจสอบ ขัดขวางทันที
"ถ้ารัฐบาลประกาศจะทำจริงตามความกล้าที่พูดนั้น ก็ลงมือเลย ประกาศเลย ไปศึกษาทำไม เพราะนโยบายที่ใช้ในการหาเสียงต้องศึกษามาก่อนหน้าแล้ว และยังบอกที่มาของเงินกับ กกต. ตอนประกาศนโยบายหาเสียง ดังนั้น จึงเกิดสงสัยว่า เพื่อไทยคิดอะไรอยู่ เมื่อต้องการใช้แค่ 6 เดือน ไปสร้างบล็อกเชนทำไม สิ่งนี้ทำให้มองเห็นเส้นทางพร้อมร่องรอยแฝงเร้นได้อย่างดีว่า อะไรจะเกิดขึ้น" นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร สงสัยว่า พรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ พร้อมจะมาเสี่ยงชีวิตในโครงการดิจิทัลหรือไม่ และจะยอมตายทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากโครงการนี้ต้องเป็นมติ ครม. และถ้าผิด คนโหวตมติให้ต้องโดนความผิดด้วย และอาจทั้ง ครม. ถ้ากล้าเสี่ยงไปกับพรรคเพื่อไทย
นายจตุพร กล่าวว่า ในแวดวงการเมืองเริ่มประเมินกันว่า การแจกเงินดิจิทัลจะเป็นจุดแตกหักของพรรคร่วมรัฐบาลอย่างสำคัญ เพราะพรรคอื่นจะไม่กล้าเสี่ยง เนื่องจาก ปปช. ตั้งกรรมการศึกษา เพราะได้กลิ่นไม่ดี พร้อมยังจะเตือนรัฐบาลเหมือนเตือนโครงการรับจำนำข้าว เรื่องเหล่านี้จะมีผลทางการเมืองและความผิดอาญาด้วย ถ้าโหวตสนับสนุนการแจกเงินดิจิทัล ดังนั้น จึงไม่มีใครต้องการเข้าคุกเหมือนนายบุญทรง และนายภูมิ สองอดีต รมต.พาณิชย์ ในสมัยยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ
"โครงการนี้ หากเพื่อไทยมั่นใจ ศึกษามาดีและประกาศช่วงหาเสียงเลือกตั้งแล้ว วันนี้คุณต้องบอกมาตรการมา มีขั้นตอนรายละเอียดต่างๆ ในการทำแล้ว แต่วันนี้ได้รู้ว่าถ้าประกาศให้สังคมรับรู้ จะถูกจับได้ แล้วยังจะโดนลากไปเอาผิดอีกไม่รู้กี่เรื่อง" นายจตุพร ระบุ
อย่างไรก็ดี พรรคเพื่อไทยที่มอบให้นักการเมืองมาทำการโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ก็เป็นคนไม่มีประวัติและประสบการณ์บอกถึงความสำเร็จในเรื่องการเงิน การคลัง ดังนั้น ถ้าไม่ฟัง ธปท. ไม่ไตร่ตรวจคำถาม 7 ข้อ ของอดีต ธปท. และยังไม่กล้าตอบคำถามอีกด้วย เอาแต่ออกท่วงทำนองว่า จะมีคนต้องการล้มรัฐบาล ซึ่งแถกไปเรื่อยเปื่อย
นายจตุพร ย้ำว่า ถ้าการแจกเงินดิจิทัลเกิดความเสียหายขึ้น นักการเมืองต่างมาแล้วก็ไป ไม่รับผิดชอบ ดังนั้น จึงเสนอให้วางทรัพย์สินไว้เป็นเดิมพัน ค้ำประกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ หากพรรคเพื่อไทยมั่นใจว่า เป็นโครงการที่ดี ก็ควรรวบรวมทรัพย์มาวางการันตีกับ ปปช. จะทำให้สิ้นสงสัยได้ดีที่สุด
นอกจากนี้ ถ้าต้องการให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลอย่างโปร่งใสกระจ่างแจ้งแล้ว รัฐบาลควรเชิญ ผู้ว่า ธปท. และอดีตผู้ว่า ธปท. พร้อมผู้รู้ด้านการเงิน การคลัง มาถกเถียงแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน แล้วถ่ายทอดสาธารณะให้ประชาชนรับรู้ ซึ่งเป็นสิ่งดีและควรกระทำ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นควรตอบคำถาม 7 ข้อ ในแถลงการณ์ของอดีต ผู้ว่า ธปท. และนักวิชาการยิ่งจะทำให้เข้าใจกันมากขึ้น
"ไม่มีใครอิจฉาการแจกเงินหมื่นบาทกับประชาชนเลย ความจริงแล้ว หากต้องการให้พรรคเพื่อไทยพังพินาศทางการเมืองก็ควรสนับสนุนให้ทำเลย เพราะยังไงก็พังอยู่แล้ว แต่เราไม่ต้องการให้วิกฤตเกิดซ้ำขึ้นมาทำให้บ้านเมืองเสียหายอีก" นายจตุพร กล่าว