เมื่อถามว่าในวันนี้มีการสะท้อนปัญหา เรื่องแผนพัฒนาศักยภาพกำลังพลของกองทัพบก ในเรื่องการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์อย่างรถถังหรือเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งเป็นการจัดซื้อ ที่ต่อเนื่องในทุกๆปี อาจจะสะดุดลงที่ปี 2567 นายสุทิน กล่าวว่า ไม่มีการพูดคุยถึงรายละเอียดในเรื่องนี้ เป็นเพียงการดูภาพรวมเท่านั้น และตนก็ได้มอบหมายนโยบายให้กองทัพบก มุ่งเน้นเรื่องกำลังพล เพราะเป็นหน่วยใหญ่ หน่วยหลักที่ใช้กำลังพลจำนวนมาก ดังนั้นการคัดเลือกทหารด้วยวิธีสมัครใจกองทัพบกจึงเป็นกำลังหลัก ที่จะนำเหล่าทัพอื่นไปในทิศทางเดียวกัน
ส่วนที่พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีนโยบายผ่อนปรนเรื่องทรงผม จะมีการนำมาปรับใช้สำหรับกองทัพหรือไม่นั้น นายสุทิน กล่าวว่า ไม่มีการหารือถึงเรื่องนี้ แต่ส่วนตัวเห็นว่าไม่จำเป็นต้องดำเนินการเหมือนกันทุกเรื่อง เพราะรูปแบบการทำงานก็แตกต่างกัน
เมื่อถามว่า พอใจหรือไม่กับการที่กองทัพปรับลดบทบาททางการเมืองลง นายสุทิน กล่าวว่า ไม่ใช่ตนพอใจ แต่เท่าที่สัมผัส ประชาชนพอใจ เพราะตอนนี้นโยบายสำคัญคือ ต้องทำให้ทันสมัย สู้กับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ บางภารกิจที่ประชาชนตำหนิ กองทัพรู้ดีอยู่แล้ว และไม่อยากทำ จึงอยากฝากให้ท่านอดกลั้น
เมื่อถามย้ำว่า จะไม่มีการสร้างเงื่อนไข นำไปสู่ปัญหาเหมือนในอดีตใช่หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ฝ่ายประชาชน และฝ่ายพวกเราก็ต้องทำแบบนั้น ปรบมือข้างเดียวไม่ดัง ต้องช่วยกันทั้งสองฝ่าย
ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า เป็นการอดกลั้นทั้งสองฝ่ายใช่หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า เป็นการร่วมมือกันไม่ให้ภารกิจไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น
โดยในช่วงท้ายผู้สื่อข่าวกล่าวแซวนายสุทินว่า วันนี้ทางกองทัพบกได้มอบปีกอะไรให้บ้าง นายสุทิน กล่าวว่า กองทัพบกได้มอบเข็มเกียรติยศให้
ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า นั่งรถม้าแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง นายสุทิน จึงตอบอย่างอารมณ์ดีว่า รู้สึกตื่นเต้น ตอนเด็กๆเคยนั่งที่บ้าน แต่ไม่ใช่รถม้าเกียรติยศ ผู้สื่อข่าวจึงถามต่ออีกว่า รู้สึกประทับใจ กับการต้อนรับของกองทัพบกหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่าประทับใจ ที่ได้รับเกียรติ จึงรู้สึกพอใจ ผู้สื่อข่าวจึงแซวต่อว่า กองทัพอากาศจะนำเครื่องบินมารับท่าน จนทำให้นายสุทินถึงกับหัวเราะ ก่อนจะเดินทางกลับ เพื่อเข้าร่วมการประชุมกับนายกรัฐมนตรีที่กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อติดตามการช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอล