เนชั่นทีวี

การเมือง

ผบ.ทอ. เด้งรับนโยบาย "เศรษฐา" ชะลอ จัดซื้อเครื่องบินขับไล่ฝูงใหม่

04 ต.ค. 2566 | sirisak_rue

ผบ.ทอ. เด้งรับนโยบาย "เศรษฐา" ชะลอ จัดซื้อเครื่องบินขับไล่ฝูงใหม่

พล.อ.อ.พันธุ์ภักดี ขานรับนโยบาย "เศรษฐา" ชะลอจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ฝูงใหม่ แต่ย้ำไม่พับโครงการ เตรียมสานต่อปีหน้า รองรับ F-16 ปลดประจำการ ปี 71 เตรียมกำหนดเงื่อนไข บริษัทคู่ค้าซื้อผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ

4 ตุลาคม 2566 พล.อ.อ.พันธุ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวถึงการจัดทำงบประมาณปี 2567 ของกองทัพอากาศ เพื่อสนองตอบนโยบายของรัฐบาลในการชะลอการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ที่ไม่จำเป็น ว่า กองทัพอากาศได้รับทราบนโยบายของนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งได้ชะลอโครงการการจัดซื้อจัดหาอาวุธ

โดยเฉพาะโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ ซึ่งท่านก็รับทราบ และเข้าใจถึงความจำเป็นของกองทัพอากาศ แต่ในปีนี้เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น กองทัพอากาศก็จะใช้การปรับปรุงเป็นส่วนใหญ่

รวมถึงการซ่อมบำรุง เน้นการจัดหาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย รวมถึงการช่วยเหลือประชาชน เช่น เรามีแผนที่จะปรับปรุงเครื่องบิน BT-67 ที่จะสามารถบรรจุแทงค์น้ำได้ในการดับไฟป่า รวมถึงการสลายหมอกควัน ในส่วนอื่น ๆ ก็จะเป็นโครงการเล็ก ๆน้อย ๆ ที่เน้นเรื่องความปลอดภัย เช่น การซ่อมแซมอากาศยาน

เมื่อถามว่า ต้องพับโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ฝูงใหม่ไปเลยหรือไม่ พล.อ.อ.พันธุ์ภักดี ระบุว่า คงพับไม่ได้เพราะเรามีข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญ ที่เราต้องปฏิบัติตามความมั่นคงในเรื่องการปกป้องเอกราชอธิปไตย ซึ่งในปี 2571 เป็นต้นไป เราจะเริ่มทยอยปลดประจำการเครื่องบินขับไล่ F-16 ที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งใช้เวลาประมาณ 5 ปีปลดประจำการ ระหว่างนี้พยายามซ่อมบำรุงเพื่อให้ปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

เพราะฉะนั้นการจัดหาเครื่องบินมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลา เช่น การจัดหาเครื่องบินกริพเพน 1 ฝูงได้ ไม่ได้จัดหามาครั้งเดียว เราต้องใช้เวลาถึง 10 ปี ในการฝึกนักบิน เพื่อให้เกิดความพร้อมรบ เพราะฉะนั้นต้องวางแผนล่วงหน้าและอาจจะต้องขอจัดหาเครื่องบินขับไล่ทดแทนในปีงบประมาณ 2568 

สำหรับโครงการอัพเกรดกริพเพน ขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้ง 11 เครื่อง ซึ่งเพียงพอกับการปฏิบัติการทางอากาศ

เมื่อถามว่า ได้เตรียมแนวทางเอาไว้อย่างไรในการจัดหาเครื่องบินขับไล่ในปีงบประมาณ 2568 พล.อ.อ.พันธุ์ภักดี กล่าวว่า จะต้องคุ้มค่า เกิดประโยชน์กับกองทัพอากาศ โดยนายกฯ มีนโยบาย ในเรื่องของการไปซื้อของต่างประเทศมา ในขณะเดียวกันให้ประเทศนั้นเข้ามาซื้อผลิตภัณฑ์ของเราด้วย ซึ่งกองทัพอากาศก็ให้ความสำคัญ และยึดเป็นนโยบาย ถ้าเราจะเอาเงินไปซื้ออาวุธของต่างประเทศ บริษัทที่เป็นคู่ค้าจะต้องนำเงินกลับเข้าประเทศของเรา ในมูลค่าที่ใกล้เคียงกัน หรือตามสัดส่วนที่จะกำหนดต่อไป

อย่างบางประเทศกำหนดเป็นอัตราตายตัว แต่ในส่วนของเราขณะนี้ยังไม่มี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ตอบโจทย์ประชาชนได้ ในอนาคตกองทัพจะอยู่เคียงข้างประชาชนและเข้าใจบทบาทของผู้มาบริหารประเทศก็จะไปด้วยกันได้

ข่าวล่าสุด