3.มาตรการการพักหนี้เกษตรกร รวมทั้งผู้ที่ประสบภัยจากโควิด-19 โดยจะพักหนี้สินเกษตรกรทั้งต้นและดอกเบี้ย 3 ปี และรัฐบาลจะตั้งงบประมาณชดเชยดอกเบี้ยให้สถาบันการเงินวงเงินที่ใช้ในการชดเชยดอกเบี้ยไม่เกิน 4.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะให้เกษตรกรและประชาชนที่เดือดร้อนไปขึ้นทะเบียนการพักหนี้
4.มาตรการเตรียมพร้อมรับมือเอลนีโญ โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ให้เตรียมแผนรองรับภาวะเอลนีโญ และแผนการรับมือสถานการณ์ภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นนาน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอ ครม.ด้วย
5.มาตรการวีซ่าฟรี (นักท่องเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่า) เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น โดยจะให้นักท่องเที่ยวจีนไม่ต้องขอวีซ่าเพื่ออำนวยความสะดวกให้เข้ามาท่องเที่ยวไทยมากขึ้น โดยจะเริ่มต้นได้เร็วที่สุดภายในเดือน ก.ย.2566 และสิ้นสุดเดือน ก.พ.2567
นอกจากนี้ จะมีการเสนอ ครม.พิจารณาแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงและข้าราชการการเมืองหลายตำแหน่ง เช่น กระทรวงการคลัง เสนอตั้ง นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร เป็นปลัดกระทรวงการคลัง แทนนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ลาออกจากปลัดกระทรวงการคลังก่อนเกษียณอายุราชการเพื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
ส่วนผู้บริหารกระทรวงการคลังตำแหน่งอื่นจะเสนอ ครม.สัปดาห์ต่อๆไป โดยปลัดกระทรวงการคลังคนใหม่จะพิจารณาเสนอฝ่ายนโยบายก่อนเข้า ครม.ภายในเดือน ก.ย.นี้
นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง จะเสนอนายชูฉัตร ประมูลผล รองเลขาธิการด้านกำกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เป็นเลขาธิการ คปภ.แทนผู้ครบวาระทำงานวันที่ 31 ต.ค.2566 หลังดำรงตำแหน่งมา 2 วาระ รวม 8 ปี