นายศิริโรจน์ กล่าวว่า ทางแก้ที่ดีที่สุดคือแก้กฎหมาย กำหนดนิยามของการจ้างงาน สัญญาจ้างที่เป็นธรรม มีสิทธิ์ในการรวมตัวเป็นสหภาพ มีสิทธิ์เหมาะสมในประกันสังคมทั่วหน้า ที่ทำให้ไรเดอร์ดียิ่งขึ้น ตนอยากเห็นรัฐบาลชุดนี้นำปัญหาไปแก้ไขให้เหมือนกับที่โฆษณาเอาไว้มากมาย ตนผิดหวังกับที่นายกรัฐมนตรีแถลงเมื่อวานนี้ (11ก.ย.)
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ของตนใน จ.สมุทรสาคร เป็นเสมือนเมืองหลวงแรงงานข้ามชาติ ปฎิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทยขาดแรงงานข้ามชาติไม่ได้ เพราะเปรียบเสมือนฟันเฟืองที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ขณะนี้เกิดสุญญากาศทางกฎหมาย ทำให้แรงงานข้ามชาติไม่กลับประเทศ ทำให้เชื่อมโยงไปถึงเรื่องส่วย ทำให้โรงงานต้องจ่ายใต้โต๊ะ ในช่วงที่ต้องการแรงงานสูง นอกจากนี้ ยังมีความยุ่งยากในการขึ้นทะเบียน
"สุดท้ายผมหวังว่าสิ่งที่ผมตั้งคำถามที่เคารพกับประธานสภา ไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในวันนี้ พวกท่านจะมีคำตอบให้กับผมในทุกประเด็นอย่างชัดเจน เพื่อที่จะคลายความกังวลและสงสัยให้กับพี่น้องแรงงาน รวมไปถึงสิ่งที่พรรคของท่านได้หาเสียงไว้ตอนเลือกตั้ง จะไม่ใช่แค่การใช้เพื่อโฆษณาให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงเท่านั้น แต่ท่านจะมุ่งมั่นตั้งใจ เพื่อให้พี่น้องแรงงานไทยเพื่อให้ประชาชนคนไทยทุกคนอยู่ดีกินดี มีเกียรติมีศักดิ์ศรี ให้สมกับการเป็นนายกของประชาชนไม่ใช่นายกส้มหล่นแบบที่ใครเขาว่ากัน" นายศิริโรจน์ กล่าว
จากนั้น "นายวิทยา แก้วภราดัย" สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ประท้วงการทำหน้าที่ของประธาน โดยระบุว่า พฤติกรรมของสมาชิกเริ่มไปกันใหญ่ ไม่ฟังและปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของประธาน
"ที่นี่ไม่ใช่โรงแสดง ผมไม่อยากขัดสมาชิกที่อภิปรายอยู่เมื่อครู่ และเอานู่น เอานี่ มาสวมใส่กัน ทุกอย่างที่เอาเข้าไปในห้องประชุม ต้องได้รับการอนุญาตจากท่านประธานรัฐสภา" นายวิทยา ระบุ
นายวิทยา กล่าวต่อว่า รัฐสภามีข้อบังคับหลายเรื่อง แต่ประธานก็ผ่อนปรนจนไร้ระเบียบวินัย การอภิปรายต้องไม่ซ้ำซากไม่เสียดสีให้ใครเสียหาย และต้องไม่อ่านเอกสารโดยไม่จำเป็น ขอให้ประธานเคร่งครัดมีวินัย เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาเป็นแบบอย่างของสังคม
"ท่านรู้สึกไหมว่าเดี๋ยวนี้เราเจอนักอ่านเก่งๆ เยอะขึ้น มาถึงก็วางจอแล้วก็แอคชัน อ่านกันไป ประธานไม่เคยติง ไม่งั้นประชาชนและเยาวชนที่อยู่ข้างนอก ก็จะมีนิสัยไร้ระเบียบ เพราะมีเราเป็นแบบอย่าง" นายวิทยา กล่าว
จากนั้น น.ส.สรัสนันท์ อรรณพพร สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ก็ลุกขึ้นประท้วงว่าสมาชิกใส่ร้ายเสียดสี ว่ารัฐบาลเป็นรัฐบาลส้มหล่น ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะเป็นรัฐบาลที่มาจากประชาชน พรรคก้าวไกลส่งไม้ต่อให้จัดตั้งรัฐบาล และขอให้พรรคก้าวไกลกำชับสมาชิกทุกท่านถึงถ้อยคำรัฐบาลส้มหล่นด้วย
ทำให้ "นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร" สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประท้วงว่า คำว่า "นายกฯ ส้มหล่น" ที่สมาชิกอภิปราย นายกฯ เศรษฐา ก็สามารถใช้สิทธิพาดพิงเองได้ สส.เกี่ยวอะไร พร้อมประท้วง นายวิทยา ว่า การสวมเสื้อเพื่อแสดงออกถึงอาชีพไรเดอร์ผิดอะไร
ขณะที่ นายวิทยา ยืนยัน ไม่เคยตำหนิอาชีพไรเดอร์ แต่ประท้วงเรื่องข้อบังคับ พร้อมกล่าวว่า สมาชิกทะเล่อ ทะล่า พูดใส่ไมโครโฟน ไม่เห็นหัวประธาน
กระทั่ง นายพรเพชร ยอมรับว่า ตัวเองผ่อนปรน และไม่เคร่งครัดในบางส่วน ส่วนการอ่านเนื้อหาจากไอแพดนั้น โลกนี้เป็นอย่างนั้นไปแล้ว คงทำอะไรไม่ได้ แต่ขอสมาชิกอย่าอ่านมาก และตนจะพยายามทำหน้าที่ประธานให้ดีที่สุด ส่วนคำพูดว่า "ส้มหล่น" นั้น ขอให้ช่วยถอนคำพูด ซึ่งต่อมา นายวิโรจน์ ขอถอนคำพูดว่า ส้มหล่น และเปลี่ยนเป็นคำว่า ส้มทั้งแผ่นดิน
อย่างไรก็ตาม น.ส.สรัสนันท์ ได้ประท้วงอีกครั้งว่า นายวิโรจน์ ยังไม่ถอนคำพูด และ นายวิโรจน์ ได้บอกว่า น.ส.สรัสนันท์ ควรถอนคำพูดมากกว่า เพราะว่าพูดเยอะสุด
ต่อมา "นายพัฒนา สัพโส" สส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ได้ประท้วงให้ประธานควบคุมการประชุม โดยระบุว่า ให้เกียรติทางน้องๆ อยากให้นายวิโรจน์ ถอนคำพูดอจะได้จบแล้วเดินต่อ จน นายวิโรจน์ สวนขึ้นมาว่า "ไม่เคยมีพี่ชายสัน...แบบนี้" ก่อนที่ นายพรเพชร จะปิดไมโครโฟนของทุกคน และให้ นายวิโรจน์ ถอนคำว่า "สัน..." และต่อมานายวิโรจน์ก็ยอมถอน พร้อมกับย้ำว่า "ไม่เคยมีพี่ชายแบบนี้"