เนชั่นทีวี

การเมือง

"พิธา" ลั่น ปชช.ไม่ได้เลือกมาเป็น "ผู้นำฝ่ายค้าน" ปดิพัทธ์ ไม่ต้องลาออก

25 ส.ค. 2566 | tinakit_rat

"พิธา" ลั่น ปชช.ไม่ได้เลือกมาเป็น "ผู้นำฝ่ายค้าน" ปดิพัทธ์ ไม่ต้องลาออก

"พิธา" ลั่น ประชาชนไม่ได้เลือกมาเป็น "ผู้นำฝ่ายค้าน" "ปดิพัทธ์" ไม่ต้องลาออกรองประธานสภาฯ วางอนาคต "ก้าวไกล" เป็นแคนดิเดตนายกฯครั้งหน้า ลุยสร้างฐานเลือกตั้งทุกระดับ

 25 สิงหาคม 2566 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กล่าวถึงบทบาทของพรรคก้าวไกลว่า จะเป็นฝ่ายค้านเชิงรุกที่มากกว่าการทำงานแบบรูทีน เพื่อเตรียมตัวในการเลือกตั้งครั้งต่อไปและการเลือกตั้งทุกระดับ ตั้งแต่ อบจ., สส., สสร. ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตัวแทนของประชาชนเราก็ต้องเตรียมตัวที่จะเป็นผู้นำทางการเมืองต่อไป ไม่ว่าสถานะจะเป็นอย่างไร

“ผมไม่คิดว่าประชาชนเลือกผมมาเป็นผู้นำฝ่ายค้าน เพราะฉะนั้นก็คิดว่าไม่ได้เป็นตำแหน่งที่เราต้องการ เราก็จะต้องเตรียมตัวเพื่อให้เป็นแคตดิเดตนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งต่อไป น่าจะเป็นในมุมมองนั้นมากกว่า โดยจะเป็นบทบาทของพรรคก้าวไกล และบทบาทของผมในฐานะผู้นำพรรค”

เมื่อถามว่า ความชัดเจนระหว่างตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 1 และตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านจะเลือกอะไร นายพิธา ย้ำว่า ตนไม่ได้ต้องการตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน

เมื่อถามว่า นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ในฐานะรองประธานสภาคนที่ 1 ก็ไม่ต้องลาออกใช่หรือไม่ นายพิธา ชี้แจงว่าว่า ตนคิดว่าอย่างนั้น เพราะ นายปดิพัทธ์พยายามทำงานอย่างเต็มที่และสร้างสรรค์ แต่ตนไม่ค่อยได้มีโอกาสพูดคุยกันจึงต้องขอส่งกำลังใจไปให้ในการทำหน้าที่ ที่ตัวเนื้อหา กฎหมาย ญัตติ และกระทู้ที่ยังทำไม่ได้ในตอนนี้ ก็อยากจะให้เน้นเกี่ยวกับสารัตถะของการเป็นรองประธานสภาฯที่ดี

ส่วนกรณีที่มีประเด็นดราม่า ทั้งเรื่องหมูกระทะ และการแต่งกายในการเป็นรองประธานสภาฯ นายพิธา กล่าวว่า ก็คงต้องเข้มแข็ง และให้ทำงานอย่างมีวุฒิภาวะ อย่าเสียสมาธิกับเรื่องที่ไม่ได้เป็นประโยชน์กับประชาชน

“ผมเชื่อว่าเพื่อนของผมคนนี้มีจิตใจเข้มแข็งอยู่แล้ว เป็นสส.เขตมาตั้งแต่อนาคตใหม่ ผ่านอะไรมาเยอะ ผมคิดว่าเขาเอาอยู่”

เมื่อถามว่า มองหรือไม่ว่าเป็นเกมที่ถูกบีบในสภาฯหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ก็เป็นเกมในสภา ไม่ได้บีบอะไร และตนไม่เชื่อว่า นายปดิพัทธ์ จะรู้สึกอะไร

ทั้งนี้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงโครงสร้างในตำแหน่ง "ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร" ของฝ่ายนิติบัญญัติว่า ฝ่ายนิติบัญญัติ จะไม่มีผู้นำฝ่ายค้านก็ได้ และหากพรรคก้าวไกล ยังคงครองตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร สิทธิการขอดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ก็จะเป็นของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นพรรคการเมืองที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ในรัฐบาล และมีเสียง สส.มากที่สุดของพรรคการเมืองที่มีเงื่อนไขดังกล่าว

โดยรัฐธรรมนูญ มาตรา 106 ระบุว่า ภายหลังที่คณะรัฐมนตรีเข้าบริหารราชการแผ่นดินแล้ว พระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุด และสมาชิกมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ในกรณีที่พรรคการเมืองตามวรรคหนึ่ง มีสมาชิกเท่ากัน ให้ใช้วิธีจับสลาก ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรย่อมพ้นจากตำแหน่ง เมื่อขาดคุณสมบัติตามวรรคหนึ่ง หรือเมื่อมีเหตุตามมาตรา 118 (1) (2) (3) หรือ (4) ในกรณีเช่นนี้พระมหากษัตริย์ จะได้ทรงแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง

ข่าวล่าสุด