เนชั่นทีวี

การเมือง

"สมชาย"บี้เพื่อไทยเปิดแคนดิเดตให้ชัดหลังมีข่าวเตรียมเปลี่ยนตัว

19 ส.ค. 2566 | chairat_pat

"สมชาย"บี้เพื่อไทยเปิดแคนดิเดตให้ชัดหลังมีข่าวเตรียมเปลี่ยนตัว

"สมชาย แสวงการ" จี้เพื่อไทยเปิดแคนดิเดตให้ชัด หลังมีข่าวเตรียมเปลี่ยน "อุ๊งอิ๊งค์-ชัยเกษม" ชี้หาก สว. ไร้โอกาสตรวจสอบอาจไม่ให้ผ่าน ย้ำ "เศรษฐา" ควรมาแจงปมซื้อที่ดินอย่างละเอียดกว่านี้ ลั่น 50:50 วุฒิสภาเทเสียงหนุน มากกว่า "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์"

19 สิงหาคม 2566 "นายสมชาย แสวงการ" สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า สำหรับกระแสข่าวที่อาจมีการเปลี่ยนตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย ทราบว่ามีการเคลื่อนไหวบางประการ ที่มีการสแตนด์บายชื่อ "น.ส.แพทองธาร ชินวัตร" และ "นายชัยเกษม นิติสิริ" แคนดิเดตนายกฯ อีก 2 คนของพรรคเพื่อไทยไว้แล้ว ทำให้ สว. ต้องการคำยืนยันชัดเจนจากพรรคเพื่อไทยว่า จะเสนอชื่อใครเป็นนายกรัฐมนตรี จะใช่ "นายเศรษฐา ทวีสิน" หรือไม่ ถ้ามีการเปลี่ยนชื่อเป็น น.ส.แพทองธาร หรือ นายชัยเกษม แล้วมาแจ้งสภา ในวันที่ 21 หรือ 22 ส.ค. สว.จะตรวจสอบคุณสมบัติ 2 คนนี้ทันหรือไม่ ถ้าไม่ได้ตรวจสอบ อาจไม่โหวตให้

"ขณะนี้มีการหยิบชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อีก 2 คนขึ้นมา ไม่รู้จะเปลี่ยนชื่อในวันที่ 21 ส.ค. หรือไม่ เพราะได้รับข้อมูลจาก สว. หลายคน จะมีการเปลี่ยนชื่อ จึงอยากให้ยืนยันเรื่องนี้ จะได้ตรวจสอบทัน ไม่ใช่มาบอกวันที่ 22 ส.ค. ดังนั้น ภายในวันที่ 21 ส.ค. ขอให้พรรคเพื่อไทย นำแคนดิเดตนายกฯ พร้อมแกนนำทุกพรรคการเมือง ที่จะจับมือร่วมรัฐบาล ถ้าเป็นหัวหน้าพรรคยิ่งดี มาแถลงข่าวเปิดตัวให้ชัดเจน ว่าใครคือแคนดิเดตนายกฯ ที่จะถูกเสนอชื่อ มีพรรคร่วมรัฐบาลใดบ้าง มีพรรค 2 ลุงหรือไม่ และมีนโยบายฝ่าวิกฤติ สร้างความปรองดองอย่างไร" นายสมชาย กล่าว 

อย่างไรก็ตาม ถ้ามีผู้ใหญ่ระดับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มาร่วมแถลง ก็จะได้เกิดความสบายใจว่า ความขัดแย้ง 2 ขั้ว จะเปลี่ยนเป็นความสมานฉันท์ และถ้าพรรคเพื่อไทยยืนยันเสนอชื่อนายเศรษฐา ก็อยากให้เจ้าตัวมาแสดงวิสัยทัศน์วันที่ 22 ส.ค.นี้ เพื่อตอบข้อสงสัยต่างๆ จะเป็นข้อได้เปรียบที่ สว. จะโหวตให้อย่างสบายใจ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา นายเศรษฐาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กและคลิปอย่างเดียวยังไม่ละอียดพอ ไม่สามารถตอบเรื่องการให้ รปภ.และแม่บ้านเป็นนอมินีได้ มัวแต่พูดประเด็น "นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" ไม่พอใจนายเศรษฐา เพราะไม่ยอมซื้อที่ดินของนายชูวิทย์ ดูแล้วเป็นประเด็นนอก แต่ประเด็นสำคัญคือเรื่องนอมินี ดังนั้น นายเศรษฐาควรชี้แจงต่อรัฐสภาให้ชัดเจน แม้ข้อบังคับการประชุม ไม่บังคับให้ผู้ถูกเสนอชื่อมาแสดงวิสัยทัศน์ แต่ไม่แน่ว่า สว. อาจเสนอญัตติต่อที่ประชุมให้นายเศรษฐา มาแสดงวิสัยทัศน์

"ถ้าฝ่าย สส. คิดว่าไม่จำเป็น อาจเป็นข้อเสียเปรียบนายเศรษฐาเอง ขณะนี้น่าประหลาดใจที่วันที่ 22 ส.ค. มี สส.ก้าวไกล ขออภิปรายแค่ 2 คน 30 นาที พรรคใหญ่แทบจะไม่มีใครขออภิปรายเลย พรรคเล็กขออภิปรายคนละ 7 นาที ส่วน สว. ขออภิปราย 2 ชม. ดูแล้วฝ่าย สส. อภิปรายแค่ 30-60 นาที ก็จบแล้ว" นายสมชาย กล่าว 

เมื่อถามย้ำว่า ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ มาร่วมรัฐบาล จะทำให้พรรคเพื่อไทยมีโอกาสสูงที่จะได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว. เพิ่มขึ้นหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ตอนนี้เสียงตั้งรัฐบาล มี 314 เสียง ขาดอยู่ 60 กว่าเสียง ทำให้ สว. ที่ไม่มีเงื่อนไขแก้มาตรา 112 จะโหวตให้ รวมถึง สว. ที่บอกจะโหวตให้พรรคที่รวมเสียงข้างมากได้ สว. 2 กลุ่มนี้ มีอยู่ 20 กว่าคน

นอกจากนี้ เมื่อรวมกับกลุ่ม สว. ที่เห็นว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว ก็อาจโหวตเพิ่มให้ รวมแล้วคงได้เสียงใกล้เคียง 60 คน แต่อาจมี สว. บางส่วนยังติดใจคุณสมบัตินายเศรษฐา ที่ยังชี้แจงข้อกล่าวหาเลี่ยงภาษีซื้อขายที่ดินได้ไม่ชัดเจน อาจไม่โหวตให้ โอกาส ณ ตอนนี้อยู่ที่ 50:50 ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการช่วง 2-3 วันนี้ ของพรรคการเมือง แต่โอกาสมีมากขึ้นกว่าตอนเสนอชื่อ "นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์" หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกฯ

ข่าวล่าสุด