เนชั่นทีวี

การเมือง

"ภูมิธรรม"ลั่นเสียงเติมหนุนโหวตนายกฯมีครบทั้งพรรคขั้วเก่า-ขั้วใหม่

03 ส.ค. 2566 | chairat_pat

"ภูมิธรรม"ลั่นเสียงเติมหนุนโหวตนายกฯมีครบทั้งพรรคขั้วเก่า-ขั้วใหม่

"ภูมิธรรม" โต้ "ก้าวไกล" ยันแจ้งมาตลอดให้ถอดแก้ ม.112 แย้มเสียงเติมมีครบทั้งพรรค"ขั้วใหม่-ขั้วเก่า" แม้มาไม่หมด โวเกินครึ่งสภาแน่ ยัน "ทักษิณ" กลับบ้านตามแพลนเดิม เว้นแต่เจ้าตัวและครอบครัวว่าอย่างไร 

3 สิงหาคม 2566 "นายภูมิธรรม เวชยชัย" รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การเลื่อนแถลงจัดตั้งรัฐบาลที่เดิมจะมีขึ้นในช่วงบ่ายวันนี้ (3ส.ค.) สืบเนื่องจากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเลื่อนการพิจารณาคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินออกไป โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน จึงได้ประสานไปยังประธานรัฐสภาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ ซึ่งต่อมาประธานรัฐสภา ได้มีคำสั่งเลื่อนการโหวตนายกออกไปจนถึงวันที่ 16 ส.ค. และคาดว่าหลังจากนั้น 1 สัปดาห์ อาจจะมีการโหวตนายกรัฐมนตรี ถ้าหากไม่ติดอะไร และในเมื่อเลื่อนไปก็ไม่ควรจะทำอะไรให้มากไปกว่านี้ 

ส่วนกระแสข่าวว่าเสียงในการโหวตนายกฯ ไม่เพียงพอนั้น ยืนยันว่าเสียงที่ได้ตอนนี้ เพียงพอในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ว่าเมื่อเลื่อนโหวตนายกฯ ออกไป ก็มีเวลาในการทำงานมากขึ้น การจะแสวงหาความร่วมมือทุกฝ่าย ยิ่งมีเวลามาก ยิ่งมีประโยชน์ โดยจะรอให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดเสร็จสิ้น และประธานรัฐสภาบรรจุวาระการโหวตนายกฯ ก็พร้อมที่จะแถลงข่าวร่วมกันทั้งหมด 

ส่วนเสียงนั้นมาจากพรรคการเมืองใดบ้าง ขอให้รอก่อน แต่ยืนยันว่ามีเสียงเดิม จากขั้ว 8 พรรค จำนวนพอสมควร และเสียงจากขั้วรัฐบาลเดิม อีกจำนวนหนึ่ง และจริงๆ ต้องมีเสียง สว. อีก

"เพราะขณะนี้เราอยู่ภายใต้วิกฤติของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ที่ต้องได้เสียงเกิน 375 เสียง และเราต้องหาให้ได้ 375 เสียง ดังนั้น เราก็ต้องการให้ได้เสียง สส. ให้มากที่สุด และมั่นคง เพื่อจะได้เกิดรัฐบาลที่มั่นคง สามารถบริหารทิศทางการทำงานได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และเราก็อยากได้เสียง สว.ให้มากขึ้น เพราะเราจะเป็นรัฐบาลที่เข้ามากู้วิกฤติได้ ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย และเราจะทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองคลี่คลายลงไป" นายภูมิธรรม ระบุ

ส่วนกรณีกระแสข่าวว่าจะไม่มีพรรคสองลุงในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขอให้การตัดสินใจอย่างชัดเจน และวันนี้ยังคงที่จะแสวงหาความร่วมมือต่างๆ แต่ก็รู้ว่ามีข้อจำกัดและมีสิ่งที่ประชาชนรู้สึกว่าเป็นปัญหาอยู่ ยืนยันว่าได้คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ และวันที่แถลงจะเปิดเผยให้ทราบชัดเจน ซึ่งยืนยันว่าขณะนี้ เป็นการแสวงหาเสียงสนับสนุนการโหวตนายกรัฐมนตรี ต้องแยกให้ชัดจากการจัดตั้งรัฐบาล การแสวงหาความร่วมมือที่มากขึ้นนั้น จะทำให้เห็นฉันทามติของการร่วมกันเข้ามาตั้งรัฐบาลต่อไป 

ส่วนประเด็นที่มีการเปิดเผยจากทางพรรคก้าวไกลว่า พรรคเพื่อไทย ไม่ได้ขอให้ก้าวไกลถอยหรือลดเงื่อนไข ม.112 รวมถึงกรณีการขอให้พรรคก้าวไกล ไม่โหวตนายกรัฐมนตรีให้พรรคเพื่อไทยนั้น นายภูมิธรรม ยืนยันไม่เป็นความจริง เพราะในที่ประชุม 2 พรรควันนั้น ตนได้เรียนไปว่า ได้ยุติเอ็มโอยูแล้ว ทุกฝ่ายมีอิสระต่อกัน ส่วนหากพรรคก้าวไกลจะโหวตนายกฯ ให้พรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น ถือว่าเป็นเอกสิทธิ์ของ สส. และพรรคต้องการทำงานการเมืองในมิติใหม่

"เรื่องไหนที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เราก็ให้การสนับสนุน อย่างเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องการแก้ เราก็จะสนับสนุนคุณ แม้พรรคก้าวไกลไม่ได้ร่วมรัฐบาล กับพรรคเพื่อไทย แต่เราไม่จำเป็นต้องค้านทุกเรื่องไปตลอด เพราะนี่คือวาระแห่งชาติที่เราจะทำร่วมกัน รวมถึงกฎหมาย อื่นๆ ที่เราร่วมกันตกลงในเอ็มโอยู ที่ตรงกับพรรคเพื่อไทยและก้าวไกล เรายินดีสนับสนุนเต็มที่  รวมถึงกฎหมาย อื่นๆ แม้จะไม่ได้อยู่ในเอ็มโอยู เราก็ยินดีสนับสนุนถ้าเป็นประโยชน์กับประชาชน แต่เรื่องที่เรายืนยันไม่เอาแน่นอน คือ การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เพราะเราปฏิเสธมาตั้งแต่เอ็มโอยู ครั้งแรกและครั้งที่สอง ซึ่งที่เรากล่าวทั้งหมดกับพรรคก้าวไกล เป็นแบบนี้ และเชื่อว่า ทีมเจรจาพรรคก้าวไกล สามารถยืนยันในสิ่งที่ตนพูดได้" นายภูมิธรรม กล่าว   

ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยไม่เคยบอกให้พรรคก้าวไกล ถอย ม.112 นั้น ยืนยันมีความคลาดเคลื่อน เพราะพูดตั้งแต่ครั้งแรกแล้วว่า ถ้าในเอ็มโอยู มีการแก้ ม.112 ไม่เซ็น และขอสงวนและไม่ร่วม หลังจากนั้นก็ได้มีการถอดออกไป และในการเซ็นเอ็มโอยู ครั้งที่สอง ก็ได้มีการใส่เข้ามา พรรคเพื่อไทยก็ได้ขอให้มีการถอดออก ซึ่งถือว่าได้แสดงท่าทีชัดเจนต่อพรรคก้าวไกลมาตลอด ส่วนจะไปแก้ทางอื่นหรือไม่อย่างไรก็ไปก็ไม่ว่า แต่จะขอไม่ให้อยู่ในเอ็มโอยู

ส่วนครั้งนี้ก็เช่นกันหลังจากส่งไม้ต่อให้พรรคเพื่อไทย ก็มีพรรคเล็กใน 8 พรรค ถามว่า เรื่อง ม.112 พรรคก้าวไกล จะว่าอย่างไร ซึ่งพรรคก้าวไกลได้บอกว่าไม่ใช่ประเด็นหลักของพรรคก้าวไกล เพราะยังมีประเด็นอื่นอีก และอยากให้ไปช่วยถามพรรคอื่นๆ ให้ด้วย ว่าให้พรรคก้าวไกลทำอย่างไร ซึ่งต่อมาพรรคเพื่อไทยได้เชิญทุกพรรคมา เพื่อถามเรื่องนี้กับทุกพรรคการเมืองตามที่ได้รับมอบหมาย มีเพียงพรรคชาติพัฒนากล้าพรรคเดียวเท่านั้น ที่บอกว่าหากมี ม.112 ใน MOU จะไม่เซ็น

สำหรับประเด็นอื่นๆ ก็ไม่มีปัญหาใดๆ ส่วนพรรคอื่นๆ นอกจากมีจุดยืนเหมือนพรรคชาติพัฒนากล้าแล้ว ยังไปไกลถึงขนาดที่ว่าไม่สามารถร่วมงานทางการเมืองกับพรรคก้าวไกลได้ ซึ่งแนวโน้มออกมาเป็นแบบนี้ ก็ได้แจ้งพรรคก้าวไกลไปแล้ว และในวันที่เจอกันครั้งสุดท้าย ว่าได้คุยทุกพรรคแล้วออกมาเป็นแบบนี้้ ดังนั้น ตั้งแต่เริ่มต้นพรรคเพื่อไทย ได้มีท่าทีและจุดยืนที่ชัดเจนต่อเรื่อง ม.112 มาโดยตลอด

"เราทวงถามชัดเจน หลังจากที่มอบอำนาจให้เราไปทำ ซึ่งเขาให้เราช่วยหาทางออกให้เขา ซึ่งผมยืนยันสิ่งที่พูดทั้งหมด" รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว  

เมื่อถามว่า ถ้าพรรคก้าวไกลโหวต "นายเศรษฐา ทวีสิน" เป็นนายก สว. อาจไม่ยกมือให้ นายภูมิธรรม ระบุว่า ถ้าโหวตให้ก็ขอบคุณ แต่ถ้าไม่โหวตให้ ก็ไม่เป็นไร ถ้าพูดด้วยความสุภาพ ไม่กดดันกันก็เป็นสิทธิ์ที่เพิ่มหรือลดคะแนนให้ ก็ได้พูดตรงไปตรงมาที่สุด ไม่มีอะไรเคลือบแฝง

"ถือว่าพรรคที่ได้เข้าสภาครั้งนี้ เป็นตัวแทนของทุกพรรค หากจะเดินหน้าไปได้ ประเทศต้องปรองดอง การฟังทุกความคิดของทุกพรรคการเมือง ของทุกกลุ่ม ที่มีตัวแทนเลือกเข้ามาอยู่แล้ว เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ถ้าเป็นรัฐบาลที่ขึ้นมาจากความหลากหลาย ก็จะได้รับความยอมรับ อยู่ที่ว่าพรรคไหนร่วมกันอย่างไร หรือสังคมเห็นอย่างไรสิ่งนั้นจะเป็นคำตอบ" นายภูมิธรรม กล่าว 

ส่วนเรื่องที่ "นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์" อดีตนักการเมือง ที่ออกมาแฉนายเศรษฐานั้น จะกระทบต่อการเป็นถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ หรือไม่ นายภูมิธรรม ระบุว่า ถ้าไม่ผิดกฎหมายก็ไม่เป็นอะไร เป็นเรื่องของนายเศรษฐา ส่วนกรณีการเลื่อนกำหนดการกลับบ้านของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ขณะนี้ยังยืนยันตามกำหนดการเดิม ขึ้นอยู่กับนายทักษิณ และครอบครัวว่าอย่างไร ซึ่งต้องรอความชัดเจนจากทางครอบครัว

 

ข่าวล่าสุด