ส่วนประเด็นที่มีการขุดคลิปเสียงของนายเศรษฐา เรื่องมาตรา 112 ในอดีตช่วงที่มีการหาเสียง นายอนุทิน มองว่า เป็นเรื่องที่ทางพรรคและหากเจ้าตัวจะต้องออกมาชี้แจง แต่เข้าใจในสถานการณ์ ณ ตอนนั้น
เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยกับพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้มีเงื่อนไขกับพรรคอื่นๆหรือไม่ นายอนุทิน ชี้แจง่าว ก่อนที่จะจัดตั้งรัฐบาลจะต้องมีหลักประกัน เกี่ยวกับจำนวนเสียงของการโหวตนายกรัฐมนตรีว่า ต้องมี 275 เสียงในมือ ตนมองว่าเรื่องนี้ไม่สามารถที่จะพูดได้ว่า จะมีหลักประกันเป็นคะแนนเสียงเท่านั้นเท่านี้ เพราะ ไม่ได้มองเป็นหน้าที่ของพรรคใดพรรคหนึ่งแต่จะต้องเป็นในส่วนของพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลที่จะต้องช่วยกัน ย้ำพรรคภูมิใจไทยเน้นคำเดิมตามกรอบที่เเถลงไปก่อนหน้านี้
เมื่อถามว่า หากพรรคภูมิใจไทยต้องร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย โดยไม่มีพรรครวมไทยสร้างชาติ และ พรรคพลังประชารัฐ ในส่วนนี้พรรคภูมิใจไทย พร้อมไปเดี่ยวหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เดิมการจัดตั้งรัฐบาล กรอบของพรรคภูมิใจไทยก็อยู่ในแถลงการณ์ ส่วนตัวเน้นย้ำต้องไม่ก้าวก่ายเรื่องของพรรคอื่น และยืนยันไร้สัญญาใจว่า หากพรรคภูมิใจไทยไป จะต้องมี 2 พรรคขั้วเดิมพ่วงไปด้วย อย่างที่บอกว่าถ้าจับกับขั้วเดิม ก็จะได้เสียงข้างน้อยเราเองจะไม่จัด เพราะพรรคภูมิใจไทยมองว่าอยากให้การจัดตั้งรัฐบาลที่จะเกิดขึ้น มีความมั่นคง ซึ่งต้องอาศัยเสียงข้างมาก พร้อมกล่าวย้ำ ไม่เคยมีใครทำกันที่ต้องจูงมือกันไป
ส่วนที่หลายคนมองว่าถ้าไม่มี 2 พรรคที่กล่าวถึง อาจจะไม่สามารถฝ่าด่าน สว.ได้ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของพรรคแกนนำที่จะต้องไปพูดคุยและเจรจา ซึ่งตนเชื่อว่าพรรคแกนนำเองก็คงจะเข้าใจว่า หาเหตุผลในการโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งก่อนติดขัดหรือติดในเรื่องปมอะไร เมื่อได้รับการแก้ไขแล้วเชื่อว่าคงไม่มีปัญหา