ขณะที่นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า หลังจากที่เพื่อไทยแถลงแล้วก็ตาม คงต้องดูให้ชัดเจนก่อนว่า พรรคก้าวไกลจะถอยออกไปเป็นฝ่ายค้านจริงหรือไม่ เพราะตามข่าวก็จะขอให้พรรคก้าวไกลร่วมโหวตให้กับพรรคเพื่อไทย มันไม่เคยมี spirit ที่อ้างแบบนี้ ฝ่ายค้านก็ต้องเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องเป็นฝ่ายรัฐบาล หากเป็นเช่นนั้นก็ถือว่า เป็นฝ่ายค้านเทียม และก็ต้องดูว่าพรรคเพื่อไทยจะจับมือกับพรรคร่วมรัฐบาลใดบ้าง ถ้าแถลงแล้วว่าไม่มี 2 ลุง แล้วสส.รวมไทยสร้างชาติกับพลังประชารัฐ หรือแม้แต่ประชาธิปัตย์ไปอยู่ด้วย ก็เป็นการแถลงหลอกประชาชนว่า ไม่มี 2 ลุง
ความจริงแล้วเมื่อสลายขั้วและไม่มี MOU สิ่งที่ดีที่สุดก็คือ ต้องตรงไปตรงมากับประชาชน ก็คือ หากพรรคเพื่อไทยจะจับมือกับฝ่ายตรงข้ามในอดีตก็ให้ลืมอดีต หากจะเดินหน้าประเทศก็ต้องบอกประชาชนว่า มีเหตุจำเป็นไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และมีนโยบายอย่างไร ทั้งการเดินหน้าประเทศในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งสำคัญที่บอกว่า เมื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จและจะเลือกตั้งใหม่ก็ไม่มีเหตุความจำเป็น รัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ มาตรา 256 ได้เขียนวิธีแก้ไขไว้แล้ว ที่กล่าวมาทั้งหมดตนยังไม่เห็นความชัดเจนของเพื่อไทย ที่จะเดินหน้าประเทศได้ จึงต้องรอฟังมากกว่านี้ เพราะขนาดนี้ยังเห็นว่าเป็นการแถลงเพื่อเอาใจกันทางการเมือง หากยังไม่ชัดเจนตนก็ขอสละสิทธิ์ที่จะโหวตให้
เมื่อถามย้ำว่า ในแถลงข่าวของพรรคเพื่อไทยระบุ ให้เป็นเอกสิทธิ์ของพรรคก้าวไกลในการโหวตนายกฯ นายสมชาย กล่าวว่า อย่าตบตาประชาชนเอาตรงไปตรงมา ฝ่ายค้านก็ต้องเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องเป็นฝ่ายรัฐบาล ตนเคยกล่าวไว้ชัดเจนว่า มีการดีลลับที่ฮ่องกง จะเป็นฝ่ายค้านเทียม และจับให้ไปร่วมมือกันตั้งแต่การปิดสวิตช์สว.ล้มรัฐธรรมนูญและร่างใหม่ ซึ่งอันตรายกว่ามาตรา 112 เสียอีก ถ้ามาในทิศทางที่รับลวงพรางแบบนี้ ตนไม่โหวตให้ 100 เปอร์เซ็นต์ การเมืองต้องตรงไปตรงมาอย่าซ่อนเงื่อน ถ้าซ่อนเงื่อนตนสงวนสิทธิ์ไม่โหวตให้แน่นอน