ร.ท.ธนเดช กล่าวต่อไปว่าโครงสร้างการบริหารเช่นนี้ คือต้นตอของปัญหาการที่อำนาจรัฐบาลพลเรือนไม่อาจอยู่เหนือกองทัพได้เสียที และนี่คือสิ่งที่พรรคก้าวไกลเสนอว่าจะต้องมีการปรับปรุงโครงสร้าง เปลี่ยนมาเป็นระบบเสนาธิการร่วม ที่รัฐบาลพลเรือนมีอำนาจเหนือกองทัพจริง ทั้งในการแต่งตั้งโยกย้ายภายใต้เกณฑ์ที่มีความเป็นธรรม ใช้ระบบความสามารถ ไม่ใช่ระบบอุปถัมภ์ รวมถึงการเคลื่อนย้ายกำลังพลด้วย
ซึ่งทั้งหมดนี้ พรรคก้าวไกลได้ยื่นร่างกฎหมายนำเสนอไปทั้งหมดแล้ว โดยคาดว่าจะได้เป็นร่างกฎหมายฉบับแรกๆ ที่จะมีการนำเข้าบรรจุสู่วาระการประชุมสภา และหากผ่านขึันมาได้ ก็จะนำไปสู่ขั้นตอนการปลดล็อคต่างๆ เพื่อเปิดทางให้มีการปฏิรูปกองทัพในด้านอื่นๆ ต่อจากนี้ไป โดยเฉพาะในสิ่งที่เป็นความหวังของคนหนุ่มสาว และพ่อแม่ที่มีลูกชายวันฉกรรจ์จำนวนมาก นั่นคือการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ที่เราต้องการผลักดันให้ทันก่อนการเกณฑ์ทหารครั้งหน้าให้ได้
“อย่างไรผมขอให้พี่น้องประชาชนร่วมกันติดตามการอภิปรายปละการพิจารณาเรื่องนี้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างใกล้ชิดต่อไป ผมค่อนข้างมั่นใจว่าอย่างน้อยที่สุด เรื่องของการเกณฑ์ทหารที่พี่น้องหลายคนฝากความหวังไว้ และหลายพรรคก็ได้หาเสียงไว้ตรงกัน จะผ่านได้สำเร็จก่อนการเกณฑ์ทหารครั้งต่อไปทำให้การเกณฑ์ทหารปี 2566 เป็นครั้งสุดท้ายได้ในที่สุดครับ” ร.ท.ธนเดชกล่าว