"อดีตเลขาฯสมช." ชี้ สู้กับคนหน้าด้านต้องใช้เวลา
23 ก.ค. 2566 | tinakit_rat

"อดีตเลขาฯสมช." ระบุ สู้กับคนหน้าด้านต้องใช้เวลา ชี้ 8 พรรคร่วม 312 เสียงต้องเหนียวแน่น ให้สัญญาประชาชน 26 ล้านเสียง อย่าผิดสัจจะ
การเมือง
23 ก.ค. 2566 | tinakit_rat

"อดีตเลขาฯสมช." ระบุ สู้กับคนหน้าด้านต้องใช้เวลา ชี้ 8 พรรคร่วม 312 เสียงต้องเหนียวแน่น ให้สัญญาประชาชน 26 ล้านเสียง อย่าผิดสัจจะ
23 กรกฎาคม 2566 พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวว่า การที่พรรคการเมือง 8 พรรค 312 เสียงได้ยึดมั่นหลักประชาชนเป็นศูนย์กลางและหัวใจของพรรคคือ ประชาชน หาเสียงให้สัจจะวาจาสัญญาประชาคมไว้กับประชาชนว่า จะกอดคอร่วมกันอย่างเหนียวแน่น ต่อสู้กับขบวนการสืบทอดอำนาจ จนได้ชัยชนะ ส่งผลให้การเลือกตั้งส.ส.ที่ผ่านมา เป็นไปตามเป้าหมายพร้อมกับประชาชน 26 ล้านเสียง ที่หนุน 8 พรรคต่างเชื่อมั่นว่า สัญญาประชาคมจะเป็นไปตามนั้นจริง
ภารกิจในการจัดตั้งรัฐบาล จึงเหลือเพียงประการเดียวคือ 8 พรรคต้องร่วมกันเป็นรัฐบาลแบบไม่พรากจากกัน แต่ถ้าเกิดกรณีไม่ปฏิบัติตามสัจจะวาจา นั่นหมายความว่าโกหกประชาชน คำพระท่านสอนไว้ว่า "คนโกหก ไม่ทำชั่วเป็นไม่มี" ดังนั้นการจะอ้างเหตุผลใดๆ เพื่อทำให้เกิดการเสียสัตย์เป็นเรื่องของขบวนการคนหน้าด้าน ที่เขาต้องการให้เกิดขึ้น ถ้ามันเกิดขึ้นก็คือ มีการทำชั่วและประชาชนจะสูญสิ้นศรัทธาปีกประชาธิปไตย ไปเข้าทางฝ่ายอำนาจนิยม สืบทอดอำนาจใช้ทำลายปีกประชาธิปไตยได้สำเร็จ
ณ เวลานี้ 8 พรรคการเมือง 312 เสียงฝ่ายประชาธิปไตย ต้องเป็นคนกำหนดเกม เพราะมีประชาชน 26 ล้านเสียงเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก มีความชอบธรรม100 เปอร์เซ็นต์ในการจัดตั้งรัฐบาล ต้องสามัคคีไม่พรากจากกันเด็ดขาด และเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จให้จงได้ ประชาชนเขารอมา 9 ปีเพื่อให้มาถึงวันแห่งชัยชนะของปีกประชาธิปไตย เหลือเวลาด่านสุดท้าย ทำไมเขาจะรออีกอึดใจไม่ได้ ในเมื่อเห็นความสำเร็จอยู่ตรงหน้าแล้ว ประชาชนรับรู้ว่าสู้กับคนหน้าด้านมันต้องใช้เวลา เขาจึงพร้อมใจที่จะร่วมใช้รูปแบบมวยตื๊อไปด้วยกันกับ 8 พรรคร่วม ท้ายที่สุดชัยชนะต้องตกอยู่กับฝ่ายที่มีความชอบธรรมนั่นเอง