ผู้ดำเนินรายการถามว่า โอกาส "พิธา" เหลือกี่เปอร์เซ็น ที่จะได้เป็นนายกฯ
รศ.ดร.นันทนา กล่าวว่า จะเป็นนายกฯในดวงใจของประชาชนตลอดไป แม้ว่าในครั้งนี้จะไม่ได้ และไม่เป็นไปตามคาดหวังของประชาชน เพราะความวิปริตของขบวนการของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ
ด้านอ.คมสันต์ ไม่ได้เป็น 0 เปอร์เซ็น ถ้าวันนี้ลงมติโหวตข้อบังคับ 41 ไม่ผ่าน ก็ต้องรอสมัยประชุมหน้า
ผู้ดำเนินรายการถามว่า จุดเปลี่ยนโหวตไม่ผ่านจะเปลี่ยนตรงไหนให้ออกสวยงาม ไม่ให้ชุมนุมแรง
รศ.ดร.นันทนา กล่าวว่า นาทีนี้ 8 พรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่น ประชาชนยังมีความหวัง แม้จะเปลี่ยนนายกฯ ไปเป็นของพรรคเพื่อไทย แต่ยังมีก้าวไกลอยู่ในทีมบริหารประเทศ ประชาชนยังพอรับได้ แต่ถ้ามีอุบัติเหตุ แล้วเปลี่ยนขั้ว ประชาชนอาจจะรับไม่ไหว เพราะ เลือก 8 พรรคมาแล้ว 25 ล้านเสียง เสียงคิดเป็น 72 เปอร์เซ็น ในทางรัฐศาสตร์ถือเป็นเสียงข้างมากแล้ว เป็นฉันทามติของประชาชน ถ้าผิดจากนี้ มีการย้ายขั้ว ประชาชนอาจจะผิดหวังและมีสิทธิ์ออกมาแสดงความคิดเห็น
ขณะที่ อ.คมสัน กล่าวว่า ตอนนี้ 8 พรรคยังเหนียวแน่นอยู่ เพราะติดภาพเป็นพรรคประชาธิปไตย แต่ความจริง เพื่อไทย อยากจะแยกออกมาตั้งนานแล้ว เพราะอยู่ด้วยก็จะตายไปด้วย เพราะสว.-สส.ประกาศมาแล้วถ้ายังมีก้าวไกลเขาไม่เอาด้วย
รศ.ดร.นันทนา กล่าวว่า ถ้ามีการข้ามขั้ว ประชาชนนึกถึงคุณชูวิทย์ (กมลวิศิษฎ์) ที่พูดถึงดีลลับลังกาวี เพื่อไทยก็จะตกเป็นจำเลยของสังคม
ผู้ดำเนินรายการถามว่า หน้าตาของรัฐบาลและฝ่ายค้านจะเป็นอย่างไร
อ.คมสัน เชื่อ โหวตนายกฯ ประมาณ 4 ครั้ง วันนี้(19 ก.ค.) ไม่น่าจะเป็นประเด็นโหวตนายกฯ คาดว่า ประมาณเดือน ส.ค.-ก.ย. ถึงจะได้รัฐบาล
ขณะที่ รศ.ดร.นันทนา กล่าวว่า จะโหวตกี่ครั้งไม่สำคัญ ไม่มีที่ไหนในโลกนี้ที่ให้สว.มารับรองเสียงประชาชน เมื่อโหวตคุณพิธา ไม่สำเร็จ เขาจะเสนอแคนดิเดตพรรคเพื่อไทย สว.ทั้งหลายก็ไม่มีประเด็นที่จะไม่โหวตให้