ส่วนแนวชายแดนประเทศไทย เราต้องมีความสัมพันธ์ในทุกมิติ เพื่อลดทอนความขัดแย้งที่มีอยู่เดิม และมีโอกาสจะเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้ เพราะเรื่องชายแดนทุกคนก็ต้องปกป้องอธิปไตย ตารางนิ้วเดียว แต่ละประเทศก็ไม่มีทางปล่อย ซึ่งเป็นปัญหาที่คาราคาซังอยู่ว่า จะทำอย่างไร เป็นเรื่องที่สมช. ต้องร่วมมือกับหน่วยงานอื่น เพื่อลดปัญหาชายแดนให้น้อยที่สุด
แต่ด้วยตรรกะก็ไม่มีทาง เพราะอะไรที่คุยไม่รู้เรื่องก็ไม่รู้เรื่อง บางเรื่องมีข้อมูล เอกสารหลักฐาน คุยมา 3 ปีก็เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นความร่วมมือในการใช้พื้นที่ หรือไม่ใช่พื้นที่ ก็เป็นกุญแจสำคัญที่เราต้องร่วมกัน และดูว่าที่ผ่านมาเกิดจากสาเหตุอะไร ก็อย่าให้เกิดอีก ที่สำคัญ กลไกตามแนวชายแดนมีประโยชน์มากกว่า 30 ปี ไทยแทบไม่ทะเลาะกับเพื่อนบ้านเลย เพราะคณะกรรมการกลไกต่างๆที่ตั้งขึ้นมา ทั้งทหารและพลเรือน ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้อาจจะต้องขยับเพิ่มเติม เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบภูมิประเทศร่วมกัน
ส่วนสถานการณ์ความมั่นคงในประเทศไทย มีเรื่องยาเสพติด คอร์รัปชัน การบังคับใช้กฎหมาย การค้ามนุษย์ อาชญากรรม การทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความคิดสุดโต่งรุนแรง และเรื่องที่ไม่คาดคิด ล้วนเกิดขึ้นในแต่ละมิติเสมอ คือภัยพิบัติหรือสาธารณภัย ในช่วงเวลาประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงด้านการเมือง ถือเป็นจุดเปราะบางพอสมควร ที่เกี่ยวข้องกับความคิด สังคม ความเชื่อ การแสดงความคิดเห็น
มันเกิดความหลากหลายทางอายุ อาชีพ และสถานะทางสังคม ซึ่งเกิดการขยายอย่างรวดเร็ว เพราะมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามา เช่น สื่อสังคมออนไลน์ การบิดเบือนข้อมูล ข่าวปลอม การเผยแพร่อย่างรวดเร็ว เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข ซึ่งสมช.มองเห็นและเขียนนโยบายขึ้นมา คือการใช้แผนพหุวัฒนธรรม และแนวทางการอยู่ร่วมกัน สร้างความปรองดองสมานฉันท์ นำไปศึกษาเพิ่มเติมและนำไปใช้ในกรอบได้ เพื่อประกอบนโยบายที่มี เพราะฉะนั้นกรอบที่เราร่วมกันคิดมา แผน 5 ปี ก็มีการปรับกระบวนทัศน์การทำงาน สามารถแก้ไขให้อ่อนตัวทันสถานการณ์ ทั้งนี้ อยากฝากว่า
1.การทำงานร่วมกัน การเชื่อมโยงระดับนโยบาย ระดับปฏิบัติ ลองไปดูว่าหลายหน่วยงานทำงานไม่สอดคล้องกัน จะกลายเป็นเบี้ยหัวแตกอีก 1-2 ปีข้างหน้าก็ต้องมาทำใหม่
2. การถ่ายทอดเป้าหมาย ไปสู่การขับเคลื่อนในระดับที่ 3
3. การวิเคราะห์ ติดตามและประเมิน ปรับเปลี่ยน อย่างทันท้วงทีภายใต้ข้อกำหนดกฎหมายที่มี
4. ความร่วมมือในการผลักดัน อธิบายให้สามารถทำงานหางบประมาณมาได้จนภารกิจสำเร็จ
5.คำนึงถึงคน
เลขาธิการ สมช. เน้นย้ำด้วยว่า ความสำเร็จของการขับเคลื่อนงานความมั่นคง ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีต่าง ๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมและบูรณาการทำงานร่วมกัน ทั้งภาคเอกชนภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคการเมือง สื่อมวลชน และที่สำคัญที่สุด คือ ภาคประชาชนโดยหน่วยงานของรัฐ จังหวัด ชุมชนท้องถิ่น มีบทบาทสำคัญให้นโยบายฯ สามารถนำไปสู่การปฏิบัติเป็นไปตามความต้องการของประชาชน และศักยภาพในพื้นที่