ให้มีการกระทำจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันและท่านก็มาพูดเองว่า ถ้าจะแก้มาตรา 112 เพราะมีคนถูกดำเนินคดี 272 คดี มีคนอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีตอนนี้ 253 คน มันก็มาจากสิ่งที่ท่านไปสนับสนุนให้เยาวชน ประชาชนทั้งหลาย กระทำแต่เรื่องละเมิดสถาบัน จนปรากฏเป็นคดีมากมาย ซึ่งมันมีคลิปวิดีโอให้เห็น พอคนเหล่านี้ถูกดำเนินคดีก็ใช้สถานะความเป็น ส.ส.ไปช่วยประกันตัว แทนที่จะไปลดปัญหาไม่ให้กระทำความผิด จนเด็กเสียอนาคต ครอบครัวแตกแยก ไม่เคยเห็นท่านออกมาปกป้องห้ามปรามในสิ่งเหล่านี้”
นายเสรี ย้ำว่า สิ่งที่ทำปรากฏชัดเจนว่าเป็นการล้มล้าง แล้วจะให้ ส.ว. ไปสนับสนุนให้นายพิธาเป็นนายกฯ มันก็ผิดวิสัย และขอพูดเผื่อไว้ว่า ถ้าอยากจะเป็นนายกฯ แล้วลุกขึ้นมาพูดว่า จะไม่แก้ไขมาตรา 112 ตนก็ไม่เชื่อแล้ว เพราะไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะกลับมาแก้อีกหรือไม่ เราถูกก่นด่า ด่าทอจนเสียหาย แต่ก็ต้องอยู่เพื่อให้สิ่งไม่ดีไม่งาม ไม่เกิดขึ้นในบ้านเมืองไทย
การที่นายพิธาไปลงพื้นที่ต่างๆ มีประชาชนมาห้อมล้อมแสดงความยินดี เรียกท่านนายกฯ คนที่ 30 ก็เป็นความต้องการของประชาชน เป็นความรัก ความเชื่อ ความศรัทธา แต่ ส.ว.อยู่ในกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ ความประพฤติ ก็ไม่อยากเห็นภาพคนมาก้มลงกราบ ทั้งที่ยังไม่ได้เป็นนายกฯ ก็ไม่รู้กราบจริงหรือจ้างมา แต่ไม่ควรให้ภาพเหล่านี้เกิดขึ้น ไหนจะเอาเด็กอายุ 10 ขวบมาขึ้นเวที ตนก็รู้สึกว่าจะอยู่ลำบาก ไม่ปลอดภัย เพราะคนเชียร์มากเหลือเกิน
“ถ้าคนที่เชียร์ได้ฟังผมวันนี้ แล้วจะเลือกคนที่มีลักษณะต้องห้าม ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กระทำการอันเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงมาตรา 112 ให้เป็นนายกฯหรือ ก็ขอให้นำเรื่องนี้ไปพิจารณา ก่อนที่จะออกมาชุมนุมเรียกร้อง อยากให้หูตาสว่าง ไม่เกิดความรุนแรง และผมไม่เห็นด้วยที่จะให้นายพิธาและพรรคก้าวไกล เป็นผู้บริหารประเทศหรือเป็นนายกฯ”