"ส.ว.สมชาย" ย้ำไม่ใช่เกมการเมือง ควรยื่นตรวจสอบหุ้นสื่อ "พิธา" ตั้งนานแล้ว
12 ก.ค. 2566 | sirisak_rue

"ส.ว.สมชาย" ชี้ควรยื่นตรวจสอบหุ้นสื่อ "พิธา" ตั้งนานแล้ว ย้ำไม่ใช่เกมการเมือง-นิติสงคราม มั่นใจ ส.ว.ไม่รับอามิสสินจ้างแลกมติ
การเมือง
12 ก.ค. 2566 | sirisak_rue

"ส.ว.สมชาย" ชี้ควรยื่นตรวจสอบหุ้นสื่อ "พิธา" ตั้งนานแล้ว ย้ำไม่ใช่เกมการเมือง-นิติสงคราม มั่นใจ ส.ว.ไม่รับอามิสสินจ้างแลกมติ
12 กรกฎาคม 2566 นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงการประชุมรัฐสภา ในวันพรุ่งนี้ (13 ก.ค.) เพื่อพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรี หลัง กกต. มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติการถือครองหุ้น ITV ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่า นายพิธา ยังคงสามารถเข้าชี้แจง และแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมรัฐสภาได้ ต่างจากการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2562 ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่
ซึ่งการตัดสินใจของ ส.ว.ในวันพรุ่งนี้ (13 ก.ค.) จะเป็นไปตามข้อพิจารณา และวุฒิภาวะ ซึ่งการส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยของ กกต.นั้น ก็ยังจะต้องรอกระบวนการศาลรัฐธรรมนูญจนถึงสัปดาห์หน้า
ส่วนการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจะส่งผลต่อการตัดสินใจลงมติของ ส.ว.หรือไม่นั้น นายสมชาย ยอมรับว่า เป็นเรื่องปกติที่ควรดำเนินการตั้งนานแล้ว เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนตรวจสอบการถือครองหุ้นสื่อมวลชนตั้งแต่นายพิธา ยังเป็นผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์เดียวกับที่นายธนาธร และตนเองถูกยื่น ซึ่งจะต้องแล้วแต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัน
พร้อมย้ำว่า ไม่ใช่เรื่องเกมการเมือง หรือนิติสงครามใด ๆ เนื่องจากไม่ได้มีผู้ใดนำหุ้นไปให้นายพิธา ครอบครอง แต่นายพิธา ครอบครองเอง เหมือนที่ตนเองเคยถือ และศาลฯก็คำวินิจฉัยไปแล้ว จึงขออย่ากังวลใด ๆ
นายสมชาย ยังกล่าวถึงคุณสมบัติที่บุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีควรมีว่า จะต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต มีวิสัยทัศน์ มีความรอบรู้ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจได้ ส่วนหลักการสำคัญในการเป็นคณะรัฐมนตรี ก็จะต้องดูแลความมั่นคงของประเทศ ซึ่งไม่ใช่ความมั่นคงทางทหาร แต่เป็นความเป็นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เรื่องใดที่สุดโต่ง ควรลดเพดานลง หรือนโยบายพลิกฟ้า คว่ำแผ่นดิน
โดยไม่ใช่เฉพาะแค่การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เท่านั้น แต่รวมไปถึงความเป็นปึกแผ่นของราชอาณาจักร การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ รวมถึงโครงสร้างการเมือง และดุลอำนาจขององค์กรอิสระ ซึ่งตนคิดว่า ส.ว.จะนำประเด็นเหล่านี้มาพิจารณาในการลงมติมากกว่า
ส่วนกรณีที่มี "2ส" ที่เป็นอดีตรัฐมนตรีแจกผลประโยชน์ให้กับวุฒิสภาในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น นายสมชาย ชี้แจงว่า ตนเองได้รับข้อความมา 2 วันแล้ว จากผู้ใหญ่ในแวดวงกาาเมือง ที่เตือนให้ระมัดระวัง จะมีขบวนการความพยายามจากพรรคก้าวไกล ซึ่งตนมั่นใจว่า นายพิธา และแกนนำพรรคไม่ได้เห็นด้วย แต่กรณีที่ ส.ว.บางคนออกมาระบุว่า ถูกทาบทามไม่ให้ลงมติให้กับนายพิธานั้น นายสมชาย ยืนยันว่า ไม่ทราบข่าวดังกล่าว และเป็นตรรกะที่ประหลาด ไม่น่าจะเป็นไปได้
"เชื่อมั่นต่อสมาชิกวุฒิสภา ทั้ง 250 คน ที่จะทุกคนจะปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่มีอามิสสินจ้าง ไม่รับสินบนใด ๆ และปฏิเสธอย่างจริงจัง ยืนยันว่าไม่มี ส.ว.แม้แต่คนเดียว ที่จะไปรับผลประโยชน์เช่นนี้ เพราะหากไปรับผลประโยชน์ ก็เท่ากับการขายชาติ และสาเหตุที่ออกมาเปิดเผยขบวนการดังกล่าว เพราะเชื่อว่ามีกลุ่มที่ไม่หวังดี" นายสมชาย กล่าว
ส่วนการวิ่งเต้นขอคะแนนจากวุฒิสถาจะกระทบต่อภาพลักษณ์หรือไม่นั้น นายสมชาย ระบุว่า เป็นเรื่อธรรมดา เพราะพรรคการเมืองต้องการเสียงสนับสนุน ทั้งการไปพบที่บ้าน การติดต่อทางโทรศัพท์ การขอพบผ่านครอบครัว และคนสนิท หรือแม้แต่งานศพ และยังมีการใช้วิธีแบบเดิมทั้งการใช้มวลชนกดดัน และการใช้โซเชียลมีเดีย แต่ ส.ว.ก็ยังคงทำตามหน้าที่ อดทนหนักแน่น ไม่หวั่นไหวใด ๆ และแม้จะยากลำบาก แต่ประชาชนก็มอบคะแนนเสียง และอำนาจการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีให้ ส.ว.ผ่านการลงประชามติแล้ว 15 ล้านเสียง ดังนั้น จึงไม่สามารถปิดสวิซต์ได้