เมื่อถามต่อ ถึงความเป็นไปได้ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หากไม่จบรอบเดียว นายประเสริฐ ชี้แจงว่า เรื่องนี้ประธานรัฐสภา จะต้องหารือแกนนำพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลว่า จะกำหนดแนวทางต่อไปอย่างไร คงมีการหารืออีกครั้ง ตนจึงไม่อยากพูดก่อน
ส่วนความเป็นไปได้ในการที่พรรคเพื่อไทยจะพลิกมาเป็นพรรคการเมืองแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายประเสริฐ ยืนยันยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ และยังไม่มีแผนสำรอง วันนี้คงต้องสนับสนุนพรรคก้าวไกลให้เต็มที่ ดูวันที่ 13 ก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกครั้ง
เมื่อถามถึงประเด็นการแก้ไขมาตรา 112 ที่หลายฝ่ายมองเป็นเงื่อนไขทำการจัดตั้งรัฐบาลไปต่อยาก นายประเสริฐ กล่าวว่าพรรคเพื่อไทย ได้คุยกับพรรคก้าวไกลไปเบื้องต้นแล้วว่า เราชัดเจนไม่เห็นด้วย และขอสงวนในเรื่องนี้หากมีการหยิบยกมาพิจารณา
ส่วนกรณีที่ นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ออกมาเตือนพรรคร่วมฯ อาจมีความผิดหากโหวตสนับสนุนคนที่มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ นายประเสริฐ กล่าวว่า ก็เป็นดุลยพินิจของสมาชิกแต่ละคน แต่สุดท้ายเชื่อว่าสมาชิกทุกคนทั้ง ส.ส. และ ส.ว. มีวุฒิภาวะมากพอในการตัดสินใจเองได้
นายประเสริฐ เปิดเผยความรู้สึกในวันโหวตเลือกนายกฯว่า ไม่รู้สึกกังวลหากวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ จะมีการชุมนุมเกิดขึ้น หากทุกอย่างเป็นไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย และสามารถชี้แจงได้ว่า ที่ไปที่มาเป็นอย่างไร คิดว่าประชาชนจะเข้าใจ
ทั้งนี้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่ขอออกความคิดเห็นถึงกรณี กกต. ส่งเรื่องหุ้นสื่อนายพิธา ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย รวมถึงล่าสุด กกต. เรียกนายพิธา เข้าชี้แจงแล้ววันนี้ ส่วนเรื่องอื่นขอรอฟังจากวงประชุมร่วมวันพรุ่งนี้(11 ก.ค.)