"พล.ท.ภราดร" ห่วง บ้านเมืองเกิดวิปริต หาก "ส.ส.-ส.ว." ฝืนมติปชช.
08 ก.ค. 2566 | sirisak_rue

"พล.ท.ภราดร" ห่วง บ้านเมืองเกิดวิปริต หาก "ส.ส.-ส.ว." ฝืนมติปชช. จี้ ลงคะแนนเพิ่มให้ "พิธา" ได้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30
การเมือง
08 ก.ค. 2566 | sirisak_rue

"พล.ท.ภราดร" ห่วง บ้านเมืองเกิดวิปริต หาก "ส.ส.-ส.ว." ฝืนมติปชช. จี้ ลงคะแนนเพิ่มให้ "พิธา" ได้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30
8 กรกฎาคม 2566 พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย และอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ของสมาชิกรัฐสภา (ส.ส.500 กับ ส.ว.250 รวม เป็น 750 คน) ที่จะเกิดขึ้น ในวันที่ 13 ก.ค.นั้น กติกาที่เป็นปกติแบบประชาธิปไตยสากลผลโหวตเลือกนายกฯ ใครได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งเฉพาะของสภาผู้แทนฯได้เป็นไป
แต่ขณะนี้กติกาของบ้านเมืองเรามันวิปริตไปกำหนดว่าผลโหวตต้องเป็นเกินกึ่งหนึ่ง ของสมาชิกรัฐสภาคือ 376 เสียงขึ้นไปถึงจะได้เป็น
ดังนั้น พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรค 312 เสียง ที่มีพรรคก้าวไกล เป็นแกนนำได้เสนอนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯจึงต้องหาเสียงเพิ่มให้ถึง 376 เสียงให้ได้ ซึ่งมองดูเผิน ๆ แล้วเหมือนเป็นภาระอันหนักอึ้งของ 8 พรรคร่วม แต่แท้จริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ ขอให้เราจงเชื่อมั่นในอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย 26 ล้านเสียง
ซึ่งเป็นของประชาชนที่เลือก 8 พรรคร่วมนี้ เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก และจะเป็นประกาศิตให้ส.ส. ที่มิได้เข้าร่วมกับ 8 พรรค และส.ว. ส่วนใหญ่ต่างเกิดดวงตาเห็นธรรมเคารพเสียงประชาชน หันมาเลือกเดินตามช่องทางตามกติกาแบบประชาธิปไตยสากล ลงคะแนนเพิ่มให้ นายพิธา ได้เป็นนายกรัฐมนตรี
แต่ก็ยังอาจจะมี ส.ส.และ ส.ว.บางส่วน ที่หลงทางไปเลือกเดินตามช่องทางของกติกาวิปริตพาลเข้ามาตีรวนได้ โดยยกข้ออ้างต่าง ๆ นา ๆ มาคัดค้านการเลือกนายพิธา ไขสือไม่รับรู้ว่าการที่ประชาชนเขาลงคะแนนให้พรรคก้าวไกล อย่างท่วมท้น
เพราะชอบในนโยบายของพรรคที่หาเสียงเป็นสัญญาประชาคมไว้กับประชาชนและประชาชนเขาต้องการให้นำมาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมอย่างพลิกแผ่นดินตามสัญญาที่ให้ไว้นั่นเอง แต่ถ้ายังมีใครหลงที่จะไปเลือกใช้บริการตามช่องทางวิปริตนี้อยู่ ก็ขอให้ตระหนักเอาไว้ด้วยว่าการกระทำของท่านมันจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์อย่างมิรู้ลืมนะครับ