หากเกมนี้นำมาใช้จริง (สองพรรคดีลเก้าอี้ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติไม่ลงตัว ) จองกฐินล่วงหน้าเลยว่า "เพื่อไทย" แยกทางกับ " พรรคสีส้ม "ในการร่วมรัฐบาลแน่นอน
ทราบกันดีว่า 151 ส.ส.ของพรรคสีส้ม ที่เป็นแกนนำ 8 พรรคและมี 312 ส.ส.ไว้ในมือ กำลังแสวงหาตัวเลข จากส.ส.และส.ว.ให้ได้ 376 เสียงเพื่อโหวต "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" หัวหน้าพรรคก้าวไกลขึ้นสู่เก้าอี้นายกฯ
เมื่อเช็กความเคลื่อนไหวรอบล่าสุด จากที่แกนนำก้าวไกลพยายามเอ่ยอ้าง มีเสียงส.ว.ตุนไว้แล้ว พร้อมสนับสนุน "พิธา" เป็นนายกฯ สำทับด้วยคำมั่นผ่าน "สิริกัญญา ตันสกุล" ,"วิโรจน์ ลักขณาอดิศร","ชัยธวัช ตุลาธน" อ้างว่า" มีจำนวนส.ว.ให้การสนับสนุนไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ยังต้องพูดคุยกันต่อเนื่อง เพื่อให้ตัวเลขทะลุเป้าที่วางไว้เผื่อส.ว.บางคนเปลี่ยนใจ"
โดยข้อเท็จจริง การหาส.ว. 64 เสียง ยังเป็นตัวเลขทิพย์!!!
เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ย้อนกลับไปดูข้อมูลเก่า เมื่อครั้ง 8 พรรคร่วมลงนามเอ็มโอยูจัดตั้งรัฐบาล แกนนำ"พรรคก้าวไกล"เคยออมาเปรยถึงการ ดีลฟากสภาสูง อ้างว่าเช็กตัวเลขแล้วมี ส.ว.17 - 20 คน แต่ทว่า จำนวนตัวเลขดังกล่าวผ่านมาถึงวันนี้ ดูจะเป็นข้อมูลเดิมที่ไม่มีการขยับเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
ยิ่งตรวจสอบเบื้องลึกการได้มาซึ่งตัวเลขส.ว. 17 - 20 คน พบว่า เริ่มต้นมาจากคีย์แมนเพื่อไทยเป็นฝ่ายทาบทาม ก่อนจะส่งไม้ต่อให้แกนนำพรรคก้าวไกลไปดีลต่อ แต่ด้วยสภาพความคลุมเคลือเกี่ยวกับคุณสมบัติการเป็นส.ส.ของ"พิธา" ยิ่งทำให้ตัวเลข 17-20 ที่นั่งมีความไม่แน่นอนแถมตกอยู่ในสภาพ"สาละวันเตี้ยลง"
เวลาผ่านไปมากเท่าไหร่ ข้อมูลคุณสมบัติคลุมเคลือของพิธา ก็ถูกหลั่งไหลให้ส.ว.ส่วนใหญ่ได้ศึกษามากขึ้นเท่านั้น เช่นปมการถือครองหุ้นสื่อ-การไม่จัดการกองมรดกให้สิ้นกระแสความ-การบริหารบริษัทในเครือที่มีอะไรแปลกๆส่อแววพิรุธ-การหาเสียงและยืนยันว่าการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 ยังจะขยับต่อในนาม"พรรคก้าวไกล"(แม้จะไม่มีเรื่องนี้ใน MOU ของ 8 พรรคก็ตาม )
นี่คือปมข้อสงสัยที่มิอาจเคลียร์ได้กระจ่าง และยังเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ ให้ส.ว.ยกขึ้นมาสร้างความชอบธรรมในการคัดค้านไม่โหวตหนุน"พิธา" ขึ้นสู่นายกฯ
"พรรคก้าวไกล" ทราบดีว่า แม้ขยับอย่างไร ภูเขามิอาจเคลื่อนไหว แต่ยังเก็บอาการไว้ และยังหวังลึกๆว่า วันนั้น อาจจะมีส.ว.มาช่วยยกมือให้ ดังนั้นการแสดงบทบาทว่า"พรรคสีส้ม"ยังมีความหวังเพื่อเลี้ยงแรงใจให้กองเชียร์ไม่เสียขวัญ จึงเป็นสิ่งที่คีย์แมนพรรคสีส้มต้องแสดงออกในตอนนี้
ความเคลื่อนไหวในสถานการณ์เข้าสู่ตาจนจึงเกิดขึ้น ในหลายท่วงท่า ตั้งแต่ กระแสข่าว"พรรคสีส้ม"พยายามขอพบคีย์แมน"พรรคภูมิใจไทย"ที่มี 71 ส.ส.ให้มาช่วยหนุน แม้กระแสข่าวนี้จะโดนปฏิเสธไปแล้วก็ตาม เพราะสี่ปีที่ผ่านมา "พรรคสีส้ม"ฟาดฟันรมต.ค่ายสีน้ำเงินมาหลายแผล และจุดยืนทางการเมืองของสองพรรคนี้แตกต่างกันสิ้นเชิง
หรือแม้ก่อนหน้านี้ พรรคสีส้มมีการดีล "พรรคชาติไทยพัฒนา","พรรคประชาธิปัตย์", "พรรคชาติพัฒนากล้า"และพรรคหนึ่งเสียงในขั้วอำนาจเดิมไว้แล้ว ทำให้ตัวเลขแตะที่ 340 - 350 เสียง ดังนั้นการจะขอคะแนนจากส.ว.ราว 20 กว่าเสียงน่าจะทำได้สบายๆ
แต่เมื่อ"แกนนำพรรคสีส้ม"โยนข่าวดีล 2 ส.ส.พรรคชาติพัฒนากล้าได้แล้วออกไปเพื่อหยั่งกระแส โดนกองเชียร์สีส้มถล่มยับทำให้ก้าวไกลจำตัองถอยแบบไร้กระบวนท่า หลังจากนั้นยิ่งทำให้ไม่มีใครกล้าไปชวนส.ส.,ส.ว.ให้มาหนุน "พิธา"
กอปรกับ กระแสข่าว คนแดนไกลสั่งแกนนำเพื่อไทยเบรคการดีลกับทุกฝ่ายโดยปล่อยให้ "พรรคสีส้ม"ลุยไฟโดยลำพัง เมื่อเป็นเช่นนี้ เบื้องหลังฉากจึงปรากฏว่าตัวเลขส.ว.ที่พรรคสีส้มมีในมือคือ"ตัวเลขทิพย์..."
ภาวะการณ์ของ"พรรคก้าวไกล" กำลังจนตรอก รอเวลาโยนผ้าขาว เพียงแต่บทบาทตอนนี้ต้องฆ่าเวลาและคั่นอารมณ์สังคม ด้วยการปลุกกระแส ให้ความหวังกองเชียร์ไปวันๆ เพื่อหวังใช้กองเชียร์สีส้มเป็นกำแพงเหล็กไว้สู้ยกสุดท้ายแบบสงครามมวลชน
เมื่อโยนผ้าขาว สิทธิขาดตกอยู่กับ"พรรคเพื่อไทย"ทันที การจะอยู่ร่วม ไม่ร่วมรัฐนาวาใหม่ "พรรคสีแดง"จะวางเงื่อนไขที่ไม่อาจปฏิเสธได้ให้พรรคสีส้มพิจารณาว่าจะปฏิบัติหรือไม่กับเงื่อนไขใหม่...
ผนวกกับการเดินทางไปอังกฤษของ"พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ" หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในช่วงจังหวะประเหมาะที่มีการเผยแพร่ภาพสองพี่น้องชินวัตร ปรากฏในยุโรปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ทำให้มีการตีความว่าดีลลับสลับขั้วที่เคยลือกันอาจเกิดขึ้นจริง
วันนี้"พรรคสีส้ม"เดินต่อไม่ได้ (แม้จะอ้าง14ล้านเสียงเศษและมีกองเชียร์หนุนหลัง) พรรคสีแดงก็ยื่นเงื่อนไขต่อรองกับพรรคก้าวไกลแบบไม่ลดราวาศอก ส่วนพรรค"ลุงป้อม"คือตัวแปรใหม่ที่มีผลลัพธ์สูงกับการตั้งรัฐบาลใหม่ (หากพรรคสีแดงต้องขยับในเวลาข้างหน้าและจำต้องเปิดโต๊ะเจรจากับ"พรรคลุงป้อม")
ตรงนี้คือจุดที่"พรรคสีส้ม"วางหมุดหมายในการระดมกองเชียร์ออกมาต้าน"พรรคสีแดง"กับการดีลใหม่ที่อาจไม่โดนใจ"พรรคก้าวไกล"
วันนั้นใครจะเป็นจำเลยสังคมที่ปลุกเร้าให้การเมืองออกนอกระบบ