แม้ว่าในมุมมองของสังคมจะมองว่า เป็นพฤติกรรมที่ก้าวร้าวรุนแรง มีลักษณะเป็นไปในเชิงลบ แต่สำหรับตัวเยาวชนคนดังกล่าวและกลุ่มเพื่อนที่ได้รับความสนใจ จากกลุ่มเพื่อนที่มีทัศนคติไปในทางเดียวกัน กลับทำให้เกิดการเสริมแรงทางบวก (positive reinforcement ) กล่าวคือ กลายเป็นความเท่ห์ ตื่นเต้น ท้าทาย ห้าวหาญที่สามารถเอาชนะระบบ ระเบียบและกลไกทางสังคมที่ตน และพวกต่อต้านจนได้รับการยอมรับ ซึ่งในความรู้สึกของพวกเขา มันคือการชดเชยส่วนที่ขาดหายไปจากครอบครัวหรือเพื่อนที่ต้องปฎิบัติตามกฎระเบียบและอยู่ในความปกติของสังคม
การเสริมแรงทางบวกในมุมกลับทำให้เกิดพฤติกรรมต่อต้านสังคมที่เข้มข้นขึ้น และมีการขยายผล จากเครือข่ายที่มีลัทธิคลั่งเสรีภาพแบบก้าวร้าว ผ่านกลไกของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ป้อนความคิดเหล่านี้โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบและทำอย่างต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ เป็นกระบวนการจะยิ่งทำลายคุณค่าและอัตลักษณ์แบบประนีประนอมของเยาวชนไทยในระยะยาว เพราะยิ่งสังคมให้ความสนใจมากเท่าไร ยิ่งมีเหยื่อที่เกิดจากการอบรมเลี้ยงดูที่ขาดพร่อง และไปเสพติดการให้คุณค่าทางสังคมแบบก้าวร้าวและเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองและเพื่อนที่อยู่ในห้องแห่งเสียงสะท้อนทางความคิดใช้เป็นหลักดำเนินชีวิตซึ่งมีแต่จะทำให้ตัวเองติดบ่วงความรุนแรงไปเรื่อยๆ